ชินแซทส่งไอพีสตาร์ขึ้นท้องฟ้าแล้ว หลังต้องลุ้นระทึกเกือบ 2 ชม.หลังเกิดเหตุเซ็นเซอร์บางตัวที่ฐานยิงจรวดส่งสัญญาณเมื่อนับถอยหลังเหลือเพียง 15 วินาที ด้าน “บุญคลี” ชี้หลังไอพีสตาร์ให้บริการ กลุ่มชินคอร์ปจะเป็นผู้ให้บริการครบเครื่องทุกประเภท
เมื่อวานนี้ (11 สิงหาคม) บริษัท ชินแซทเทลไลท์ ได้ทำการส่งดาวเทียมไทยคม4 หรือ ไอพีสตาร์ ขึ้นสู่วงโคจร ด้วยจรวดแอเรียน 5 จี จากศูนย์อวกาศกิอานา เมืองคูรู จังหวัดเฟรนซ์เกียอานา ประเทศฝรั่งเศส ทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งบริษัท แอเรียนเสปซ เป็นผู้ทำหน้าที่ในการยิงขึ้นสู่วงโคจร
การปล่อยจรวดเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 03.39 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 13.39 น. ในประเทศไทยแต่ในระหว่างการนับถอยหลังเตรียมปล่อยจรวด 15 วินาทีสุดท้าย ได้เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคในส่วนฐานยิงจรวด ทำให้ต้องหยุดขั้นตอนการนับถอยหลังและเสียเวลาล่าช้าไปเกือบ 2 ชมงหลังจากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนเตรียมการยิงครั้งใหม่ในเวลา 15.13 น.(ตามเวลาในประเทศไทย) และได้ส่งขึ้นท้องฟ้าได้ในเวลา 15.20 น.
เมื่อจรวดยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นเวลา 2.26 นาที จรวดขับเคลื่อนส่วนแรกที่ใช้ลำเลียงดาวเทียมได้ดีดตัวออกและหลังจากนั้นประมาณ 28 นาที ดาวเทียมไอพีสตาร์ จึงแยกตัวออกจากจรวดท่อนสุดท้ายอย่างสมบูรณ์ ซึ่งระยะเวลาหลังจากนั้นดาวเทียมไอพีสตาร์จะอยู่ในวงโคจรถ่ายโอนเป็นเวลาประมาณ 10 วันก่อนที่จะเข้าสู่ตำแหน่งในการทดสอบในวงโคจรค้างฟ้า เพื่อทำการทดสอบระบบต่าง ๆ ของดาวเทียมให้มีความพร้อมกับการใช้งาน และเข้าประจำตำแหน่ง 120 องศาตะวันออก เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ดาวเทียมต่อไป
ดาวเทียมไอพีสตาร์ เป็นดาวเทียมรุ่น LS1300-SX ซึ่งเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ให้บริการด้านสื่อสารโทรคมนาคมที่ใช้เทคโนโลยีรับส่งสัญญาณดิจิตอลได้ทั้งข้อมูล ภาพ และเสียงในเวลาเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในรูปแบบอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล มีจำนวนช่องสัญญาณรวม 94 บีม สมรรถนะในการส่งสัญญาณ 45 กิกะบิตต่อวินาที มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมพื้นที่เอเชียและแปซิฟิก 14 ประเทศตั้งแต่อินเดียถึงประเทศนิวซีแลนด์ ดาวเทียมไอพีสตาร์ สร้างโดยบริษัท สเปซ ซิสเต็ม ลอรัล ประเทศสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้บริษัท ชินแซทเทลไลท์ได้จัดให้มีการถ่ายทอดสดสัญญาณภาพจากฐานยิง โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากอาทินายสรอรรถ กลิ่นประทุม รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) น.พ.พรหมมินทร์ เลิศสุริยะเดช นายสุชาติ สุชาติเวชภูมิ นายเหรียญชัยเรียววิไลสุข คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) นายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ทีโอที รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มชินคอร์ปอเรชั่นทั้งนายบุญคลี ปลั่งศิริ นายสมประสงค์ บุญยะชัย นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์
นายดำรง เกษมเศรษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชินแซทเทลไลท์ กล่าวจากฐานยิงจรวดว่า ปัจจุบันไอพีสตาร์มีลูกค้าใช้บริการแล้ว 2 หมื่นราย ซึ่งในไตรมาสที่ 4 ชินแซทจะเริ่มรับรู้รายได้จากไอพีสตาร์โดยหลังจาก 40 วันหรือประมาณปลายเดือนกันยายน ดาวเทียมจะเริ่มเข้าสู่วงโคจรและให้บริการกับลูกค้า
นายบุญคลี ปลั่งศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทชินคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า หลังจากนี้ธุรกิจดาวเทียมสื่อสารจะทำรายได้เป็นอันดับ 2 ให้กลุ่มชินคอร์ปรองจากโทรศัพท์มือถือ และทำให้กลุ่มชินคอร์ป เป็นกลุ่มธุรกิจเดียวที่มีการให้บริการด้านสื่อสารโทรคมนาคมหลากหลายบริการและครบทั้งโทรศัพท์มือถือ ดาวเทียม โทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต
“ไอพีสตาร์จะสามารถให้บริการมัลติมีเดียได้อย่างครบวงจร เช่นการประชุมทางไกลด้วยภาพและเสียง การกระจายการใช้งานบรอดแบนด์ไปในพื้นที่ห่างไกลและ มีความสามารถในการรองรับจำนวนลูกค้าถึง 4 ล้านคน”
ดาวเทียมไอพีสตาร์ใช้เงินลงทุนประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาทซึ่งต้องมีผู้เช่าใช้ช่องสัญญาณประมาณ 30-35% จึงจะถึงจุดคุ้มทุน ซึ่งคาดว่าจะเป็นภายในเวลา 2-3 ปี โดยปัจจุบันขายไปแล้วประมาณ 20% ซึ่งเป็นประเทศไทย 10% ผ่านบริษัท ทีโอที ซึ่งเป็นผู้ให้บริการหลัก (National Service Provider หรือ NSO)
สำหรับทีโอทีจะให้บริการในรูปแบบแอปพลิเคชั่น ใน 2 ตลาดคือตลาดทั่วไปที่มีการใช้งานวงกว้างหรือ Mass Market และตลาดที่ลงลึกเข้าถึงความต้องการเฉพาะของกลุ่มลูกค้าองค์กรหรือ Vertical Market โดยในตลาด Mass เช่นบริการโทรศัพท์ผ่านระบบไอพีหรือ VoIP การให้บริการประชุมทางไกลหรือวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ การสร้างเครือข่ายให้บริการข้อมูล หรือการให้บริการในลักษณะ Tripple Play ที่ประกอบด้วยโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและไอพีทีวีหรืออินเตอร์แอ็กทีฟทีวี ส่วนการให้บริการในตลาด Vertical จะเป็นลักษณะการสร้างเครือข่ายส่วนตัวของลูกค้าองค์กรต่างๆ (Virtual Private Network) ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย หรือการให้บริการที่สนองตอบนโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) รวมทั้งบริการอย่าง e-Medicine บริการ e-Education
Company Related Links :
TOT
Shin Corp
Shin Satellite
เมื่อวานนี้ (11 สิงหาคม) บริษัท ชินแซทเทลไลท์ ได้ทำการส่งดาวเทียมไทยคม4 หรือ ไอพีสตาร์ ขึ้นสู่วงโคจร ด้วยจรวดแอเรียน 5 จี จากศูนย์อวกาศกิอานา เมืองคูรู จังหวัดเฟรนซ์เกียอานา ประเทศฝรั่งเศส ทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งบริษัท แอเรียนเสปซ เป็นผู้ทำหน้าที่ในการยิงขึ้นสู่วงโคจร
การปล่อยจรวดเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 03.39 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 13.39 น. ในประเทศไทยแต่ในระหว่างการนับถอยหลังเตรียมปล่อยจรวด 15 วินาทีสุดท้าย ได้เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคในส่วนฐานยิงจรวด ทำให้ต้องหยุดขั้นตอนการนับถอยหลังและเสียเวลาล่าช้าไปเกือบ 2 ชมงหลังจากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนเตรียมการยิงครั้งใหม่ในเวลา 15.13 น.(ตามเวลาในประเทศไทย) และได้ส่งขึ้นท้องฟ้าได้ในเวลา 15.20 น.
เมื่อจรวดยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นเวลา 2.26 นาที จรวดขับเคลื่อนส่วนแรกที่ใช้ลำเลียงดาวเทียมได้ดีดตัวออกและหลังจากนั้นประมาณ 28 นาที ดาวเทียมไอพีสตาร์ จึงแยกตัวออกจากจรวดท่อนสุดท้ายอย่างสมบูรณ์ ซึ่งระยะเวลาหลังจากนั้นดาวเทียมไอพีสตาร์จะอยู่ในวงโคจรถ่ายโอนเป็นเวลาประมาณ 10 วันก่อนที่จะเข้าสู่ตำแหน่งในการทดสอบในวงโคจรค้างฟ้า เพื่อทำการทดสอบระบบต่าง ๆ ของดาวเทียมให้มีความพร้อมกับการใช้งาน และเข้าประจำตำแหน่ง 120 องศาตะวันออก เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ดาวเทียมต่อไป
ดาวเทียมไอพีสตาร์ เป็นดาวเทียมรุ่น LS1300-SX ซึ่งเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ให้บริการด้านสื่อสารโทรคมนาคมที่ใช้เทคโนโลยีรับส่งสัญญาณดิจิตอลได้ทั้งข้อมูล ภาพ และเสียงในเวลาเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในรูปแบบอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล มีจำนวนช่องสัญญาณรวม 94 บีม สมรรถนะในการส่งสัญญาณ 45 กิกะบิตต่อวินาที มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมพื้นที่เอเชียและแปซิฟิก 14 ประเทศตั้งแต่อินเดียถึงประเทศนิวซีแลนด์ ดาวเทียมไอพีสตาร์ สร้างโดยบริษัท สเปซ ซิสเต็ม ลอรัล ประเทศสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้บริษัท ชินแซทเทลไลท์ได้จัดให้มีการถ่ายทอดสดสัญญาณภาพจากฐานยิง โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากอาทินายสรอรรถ กลิ่นประทุม รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) น.พ.พรหมมินทร์ เลิศสุริยะเดช นายสุชาติ สุชาติเวชภูมิ นายเหรียญชัยเรียววิไลสุข คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) นายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ทีโอที รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มชินคอร์ปอเรชั่นทั้งนายบุญคลี ปลั่งศิริ นายสมประสงค์ บุญยะชัย นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์
นายดำรง เกษมเศรษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชินแซทเทลไลท์ กล่าวจากฐานยิงจรวดว่า ปัจจุบันไอพีสตาร์มีลูกค้าใช้บริการแล้ว 2 หมื่นราย ซึ่งในไตรมาสที่ 4 ชินแซทจะเริ่มรับรู้รายได้จากไอพีสตาร์โดยหลังจาก 40 วันหรือประมาณปลายเดือนกันยายน ดาวเทียมจะเริ่มเข้าสู่วงโคจรและให้บริการกับลูกค้า
นายบุญคลี ปลั่งศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทชินคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า หลังจากนี้ธุรกิจดาวเทียมสื่อสารจะทำรายได้เป็นอันดับ 2 ให้กลุ่มชินคอร์ปรองจากโทรศัพท์มือถือ และทำให้กลุ่มชินคอร์ป เป็นกลุ่มธุรกิจเดียวที่มีการให้บริการด้านสื่อสารโทรคมนาคมหลากหลายบริการและครบทั้งโทรศัพท์มือถือ ดาวเทียม โทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต
“ไอพีสตาร์จะสามารถให้บริการมัลติมีเดียได้อย่างครบวงจร เช่นการประชุมทางไกลด้วยภาพและเสียง การกระจายการใช้งานบรอดแบนด์ไปในพื้นที่ห่างไกลและ มีความสามารถในการรองรับจำนวนลูกค้าถึง 4 ล้านคน”
ดาวเทียมไอพีสตาร์ใช้เงินลงทุนประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาทซึ่งต้องมีผู้เช่าใช้ช่องสัญญาณประมาณ 30-35% จึงจะถึงจุดคุ้มทุน ซึ่งคาดว่าจะเป็นภายในเวลา 2-3 ปี โดยปัจจุบันขายไปแล้วประมาณ 20% ซึ่งเป็นประเทศไทย 10% ผ่านบริษัท ทีโอที ซึ่งเป็นผู้ให้บริการหลัก (National Service Provider หรือ NSO)
สำหรับทีโอทีจะให้บริการในรูปแบบแอปพลิเคชั่น ใน 2 ตลาดคือตลาดทั่วไปที่มีการใช้งานวงกว้างหรือ Mass Market และตลาดที่ลงลึกเข้าถึงความต้องการเฉพาะของกลุ่มลูกค้าองค์กรหรือ Vertical Market โดยในตลาด Mass เช่นบริการโทรศัพท์ผ่านระบบไอพีหรือ VoIP การให้บริการประชุมทางไกลหรือวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ การสร้างเครือข่ายให้บริการข้อมูล หรือการให้บริการในลักษณะ Tripple Play ที่ประกอบด้วยโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและไอพีทีวีหรืออินเตอร์แอ็กทีฟทีวี ส่วนการให้บริการในตลาด Vertical จะเป็นลักษณะการสร้างเครือข่ายส่วนตัวของลูกค้าองค์กรต่างๆ (Virtual Private Network) ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย หรือการให้บริการที่สนองตอบนโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) รวมทั้งบริการอย่าง e-Medicine บริการ e-Education
Company Related Links :
TOT
Shin Corp
Shin Satellite


