xs
xsm
sm
md
lg

แปลง PC ให้เป็น Super TV : PC Today

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


การดูทีวีบนเครื่องพีซีไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ประการใด เพราะมีให้ใช้กันมาหลายปีแล้ว โดยการเพิ่มอุปกรณ์ที่เราเรียกว่า “ทีวีจูนเนอร์” ที่อาจจะมาในรูปแบบของการ์ดพีซีไอเสียบภายในเครื่อง หรือเป็นแบบอุปกรณ์ต่อพ่วงยูเอสบี

บางท่านอาจจะไม่เคยรู้ ไม่เคยใช้ หรือบางท่านอาจจะมีไว้ใช้อยู่ในมืออยู่แล้ว แต่ใช้งานความสามารถของทีวีจูนเนอร์น้อยเกินไป ทั้งๆ ที่ความสามารถของมันนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ใช้ดูทีวีได้เท่านั้น แต่ยังสามารถอัดรายการแบบสดๆ และแบบตั้งเวลาล่วงหน้าได้ เรียกดูพร้อมๆ กันทีละหลายๆ ช่องได้ หรือคุณสมบัติที่สุดฮิปอย่างการหยุดการถ่ายทอด “กลางอากาศ” ได้เพื่อปลีกไปทำกิจธุระอื่นใด เสร็จแล้วกลับมาดูต่อที่ค้างไว้ก็ได้ ซึ่งนี่คือ ข้อดีที่เหนือกว่าโทรทัศน์ทั่วๆ ไป

นอกจากนี้เรายังสามารถนำเอารายการทีวีซีรีส์สุดโปรดมาอัดลงในแผ่นซีดีหรือดีวีดีเพื่อดูต่อวันหลังได้อีกด้วย หรือถ้าหากใครที่มีม้วนวิดีโอแบบ VHS เก่าๆ หรือ Hi8 ก็ยังสามารถใช้ทีวีจูนเนอร์เพื่อเอามาตัดต่อ แล้วอัดใหม่ลงแผ่นดีวีดีได้อีกต่างหาก ยังมีประโยชน์อีกหลายๆ อย่างอุปกรณ์ชิ้นนี้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อเป็นหลักหมื่นบาท เพราะคุณสมบัติและความสามารถทั้งหมดที่ผมกล่าวมาแล้วนั้น แม้ในทีวีจูนเนอร์แค่ 2-3 พันบาทก็ยังมีให้ใช้

เสน่ห์ของทีวีจูนเนอร์ มีหลายประการ อาทิ

1. ประหยัดไฟฟ้า หลายๆ ท่านทำงานก็อยากทำ ทีวีก็อยากดู ฟังข่าวก็อยากฟัง การมีทีวีจูนเนอร์ในตัว เพื่อให้เครื่องคอมพ์ดูทีวีได้พร้อมๆ กับทำงานไปด้วย ยังไงก็ประหยัดไฟกว่าการเปิดทั้งทีวีและคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว

2. ประหยัดเงิน ทีวีจูนเนอร์เดี๋ยวนี้ราคาแค่เพียงพันกว่าบาท (สำหรับแบบติดตั้งภายใน) คิดยังไงก็ถูกกว่าซื้อทีวี 17 นิ้วเป็นไหนๆ

3. คุณภาพของภาพที่ได้ดูดีกว่าทีวี เพราะทีวีคุณจะมานั่งดูในระยะริงค์ไซท์แค่ฟุตสองฟุต รับรองว่าภาพที่ได้ดูแย่มาก อีกทั้งสายตาคุณจะแย่ แต่กับการดูจากจอคอมพ์ดูได้สบาย ภาพดูเนียน และคมชัดกว่า

4. เซ็ตเวลาให้โปรแกรมเริ่มอัดรายการล่วงหน้าได้ตามสะดวก เช่น ตอนเที่ยงคืนให้อัดรายการช่อง 3 ตอนตีสอง บอลมาแล้ว ให้ย้ายไปอัดที่ช่อง 11 ต่อก็ได้ ตอนเช้าตรู่รายการคุณสรยุทธมาแล้ว เรายังไม่ตื่น ก็เซ็ตเวลาล่วงหน้าให้อัดเก็บไว้ได้อีก นี่คือความหลากหลายในเรื่องของการตั้งเวลาบันทึกรายการ และเดี๋ยวนี้เราอาจจะไม่ต้องกังวลเรื่องขนาดไฟล์สักเท่าไหร่ เพราะฮาร์ดดิสก์ที่เราๆ ใช้กันอยู่อย่างน้อยๆ ก็ 40-80 กิกะไบต์ ซึ่งสามารถอัดรายการได้หลายๆ ชั่วโมงเลยทีเดียว

5. มีระบบ Time Shift Record เพื่อสั่งให้อัดรายการสดๆ สำหรับให้เราย้อนเวลากลับมาดูได้ ลองยกตัวอย่างให้ดู สมมติว่า ผมกำลังดูบอลมันส์ๆ อยู่ เผอิญแฟนมากดกริ่งหน้าบ้านให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ย้ำ! เดี๋ยวนี้ (ดูเหมือนเป็นคำสั่งโดยอัตโนมัติ) ผมสามารถสั่งให้โปรแกรมอัดเดี๋ยวนั้น เพื่อมานั่งเปิดย้อนกลับดูทีหลังได้

6. สามารถบันทึกม้วนวิดีโอแบบ VHS มาอยู่ในรูปแบบดีวีดีหรือวีซีดีได้ เช่น เทปวันแต่งงาน เทปวันที่ลูกน้อยลืมตาดูโลก เทปขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯ คุณควรเปลี่ยนมาเป็นวีซีดีหรือดีวีดีกันดีกว่า เพราะม้วนวิดีโอต้นฉบับมีโอกาสเสียหายได้ อันเนื่องมาจากสาเหตุหลายๆ อย่าง เช่น มีเชื้อรา หรือเทปย่น เทปขาด รวมถึงเครื่องเล่นม้วนเทปวิดีโอเริ่มหาได้น้อยเต็มที คุณไม่ต้องดิ้นรนหาร้านทำให้ที่ไหนหรอกครับ (รู้สึกว่าตอนนี้เขาคิดค่าแปลงชั่วโมงละ 150 บาทเป็นอย่างต่ำ หรือ 300 บาทก็มี) ถ้าคุณมีการ์ดดูทีวี ทำเองได้เลย

ประเภทของทีวีจูนเนอร์ และข้อพิจารณาในการซื้อ

ก่อนอื่นอยากบอกว่า ในปัจจุบันนี้ทีวีจูนเนอร์มีอยู่ 3 ประเภทด้วยกันคือ แบบแรกเป็นการ์ด PCI แบบติดตั้งภายในเครื่อง แบบที่สองเป็นแบบพกพาติดตั้งภายนอก โดยส่วนใหญ่ติดตั้งผ่านพอร์ตยูเอสบี มีรูปร่างหน้าต่างเล็ก กะทัดรัด น่ารักน่าชัง และแบบสุดท้ายเป็นแบบการ์ด PCMCIA ที่ใช้กับเครื่องโน้ตบุ๊ก สนนราคาประเภทแรกแบบการ์ด PCI มีราคาถูกกว่าเพื่อน แถมมีความสามารถมากกว่าอีกด้วย

ถ้าจะสรุปข้อคิดในการเลือกซื้อทีวีจูนเนอร์ หลักๆ มีอยู่เพียงไม่กี่ข้อเท่านั้น คือ

1. ดูว่าใช้ชิปของอะไร ชิปที่ว่านี้เป็นชิปที่ใช้แปลงสัญญาณอะนาล็อกเป็นดิจิตอล ในปัจจุบันนี้ชิปที่ใช้สำหรับนำมาทำทีวีจูนเนอร์มีเหลือให้เลือกเพียง 2 ค่ายเท่านั้นคือ Philips และ Conexant สำหรับ Conexant นั้นในอดีตเคยครองตลาดทีวีจูนเนอร์ไว้ในมือ โดยอาศัยชิปรุ่นยอดนิยมอย่าง Conexant BT878 ซึ่งเป็นการ์ดที่ทำงานแบบ 8 บิต ในปัจจุบันนี้อาจจะหาซื้อได้ยากแล้ว เพราะในขณะนี้ทาง Conexant ได้ออกชิปรุ่นใหม่คือ Conexant 881/883 ที่ทำงานในแบบ 10 บิต เพื่อออกมาสู้กับทาง Philips ที่มาแรงมากๆ ในปัจจุบัน โดยชิปของทาง Philips ที่นิยมใช้กันคือ SAA7 13x ซึ่งถึงแม้จะทำงานในแบบ 9 บิต แต่คุณภาพก็ไม่ได้ห่างกับ Conexant 881 มากนัก

สรุปสถานการณ์ปัจจุบันคุณจะพบกับการ์ดทีวีจูนเนอร์ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนก็ตาม มักจะใช้ชิปของ Philips มากกว่า ส่วนใหญ่เป็นตระกูล 13x เช่น 130 หรือ 134 หรือ 135 ทำให้มีหนทางในการเลือกซื้อยี่ห้อ และรุ่นได้มากกว่า ถ้าถามว่าคุณภาพที่ได้ของชิปตัวไหนดีกว่ากัน ตอบได้ยากเหมือนกันครับ เพราะปัจจัยเรื่องความคมชัดนั้นขึ้นอยู่กับสัญญาณภาพที่เรารับมาเป็นหลัก

2. ดูว่าใช้ระบบการสแกนแบบไหน ใช้ระบบการสแกนหาสัญญาณแบบเดิม หรือแบบซิลิกอนทีวีจูนเนอร์ ถ้าใครเคยใช้การ์ดทีวีจูนเนอร์มาก่อน หรือเคยเห็นรูปร่างหน้าตาของมันมาก่อน จะเห็นว่าภาครับสัญญาณในแบบเก่าๆ จะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมอะลูมิเนียม ภายในจะใช้หลักการของขดลวดในการสแกนหาสัญญาณภาพ ซึ่งจะมีปัญหาเมื่อใช้ไปนานๆตำแหน่งที่สแกนหาได้อาจจะคลาดเคลื่อนไปจากเดิม ทำให้มีการพัฒนาระบบการสแกนหาสัญญาณแบบใหม่ออกมาในลักษณะของชิปซิลิกอนทีวีจูนเนอร์ ที่มีระบบการสแกนหาสัญญาณด้วยความแม่นยำและเที่ยงตรงสูง ไม่คลาดเคลื่อน โดยลักษณะจะเป็นชิปขนาดเล็กไม่ได้เป็นกล่องสี่เหลี่ยมใหญ่เทอะทะเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

3. ดูเรื่องระบบเสียง ระบบเสียงเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับชิปที่นำมาใช้บนตัวการ์ด โดยถ้าเป็นชิปรุ่นเก่าอย่าง Conexant 878 แน่นอนว่าเป็นแบบโมโน แต่สำหรับชิปรุ่นใหม่ๆ อย่าง Conexant ตระกูล 881/883 รวมถึง Philips ตระกูล 130/134/135 นั้นต่างรองรับระบบเสียงสเตอริโอ 2 ภาษา และ NICAM/A2 ได้ทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าการ์ดของเราจะรองรับระบบเสียงอย่างโน้นได้ อย่างนี้ได้ก็ตาม ปัจจัยเรื่องของสัญญาณที่ส่งมาก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะในบ้านเราสัญญาณจะเป็นเสียงแบบโมโนแทบทั้งสิ้น ยกเว้นบางช่องอาจจัดส่งระบบเสียงแบบ NICAM เช่น ภาพยนตร์เกาหลี หรือสำหรับผู้ที่ใช้บริการยูบีซีก็มีเพียงบางช่องเท่านั้นที่ส่งระบบเสียงแบบสเตอริโอ ส่วนใหญ่จะเป็นช่องภาพยนตร์ เช่น HBO, Cinimax เป็นต้น อีกเรื่องหนึ่งคือ ความแตกต่างของระบบเสียงสเตอริโอที่มีหลายมาตรฐาน เช่น MTS (United States) , EIA-J (JAPAN) แต่โดยส่วนใหญ่การ์ดจะรองรับมาตรฐานเสียงแบบหลากหลายได้อยู่แล้ว คงไม่ต้องกังวล เพียงแต่ให้รับรู้ว่า ระบบเสียงเองมีหลายมาตรฐาน

4. ดูว่ามีภาครับวิทยุหรือไม่ ส่วนใหญ่จะรองรับวิทยุเอฟเอ็มได้เลยในตัว แต่เอเอ็มนี่ไม่ค่อยเห็น

5. ต้องการช่องต่อ IEEE1394 หรือไม่ ในกรณีที่ใครมีกล้องดิจิตอลวิดีโอที่ใช้การถ่ายโอนข้อมูลผ่านทางสาย FireWire แล้วอยากนำไฟล์วิดีโอที่ถ่ายเก็บในม้วนเทป MiniDV มาแปลงเป็น VCD หรือ DVD ได้ สามารถเลือกออปชันส่วนนี้ได้ แต่ต้องดูด้วยว่าราคาแตกต่างจากการ์ดที่ไม่มีมากแค่ไหน เพราะการ์ด IEEE1394 แบบที่แยกต่างหากทุกวันนี้ มีราคาเพียงไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น แต่ถ้ามองในแง่ประหยัดสล็อตในการติดตั้งการ์ดเพิ่มเข้าไปในเครื่อง การซื้อการ์ดทีวีที่มีช่องต่อ IEEE1394 มาพร้อมก็ดีไปอีกอย่าง

************
ขอบคุณบทความแนะนำการซื้อและการใช้อุปกรณ์ทีวีจูนเนอร์จากทีมงานกองบรรณาธิการพีซีทูเดย์มากค่ะ


Company Related Links :
PC World
กำลังโหลดความคิดเห็น