xs
xsm
sm
md
lg

ไอบีเอ็มยันรวมพีซีกับเลโนโวไม่กระทบผู้บริโภค

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ไอบีเอ็มประเทศไทยส่งผู้บริหารเคลียร์ปัญหาคาใจ หลังบริษัทแม่ประกาศควบรวมกิจการคอมพิวเตอร์พีซีกับบริษัทเลโนโว ซึ่งเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีรายใหญ่ที่สุดของจีนไปในมูลค่า 1.75 พันล้านเหรียญสหรัฐ ยันไม่กระทบผู้บริโภค

นางศุภจี สุธรรมพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า “การควบรวมกิจการในครั้งนี้ระหว่างไอบีเอ็มและเลโนโวจะก่อให้เกิดผลดีกับทั้งสองบริษัท เนื่องจากไอบีเอ็มเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์พีซี และโน้ตบุ๊ก ภายใต้แบรนด์ “Think” อีกทั้งมีมาตรฐานสูงในเรื่องของการบริการหลังการขาย และทีมขายที่แข็งแกร่งกว่า 30,000 คนทั่วโลก ตลอดจนนโยบายการสนับสนุนด้านการเงินแบบต่าง ๆ ของบริษัท ซึ่งจุดแข็งทั้งหมดเหล่านี้จะโอนถ่ายไปเป็นของบริษัทใหม่ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเลโนโวในการก้าวสู่ตลาดโลก...”

“ส่วนบริษัทเลโนโวนั้นมีจุดแข็งในเรื่องของกระบวนการการผลิต และเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวจีน ดังจะเห็นได้จากยอดขายคอมพิวเตอร์พีซีของเลโนโวในจีนซึ่งมีมากเป็นอันดับหนึ่งถึง 27 เปอร์เซ็นต์ การผลิตภายใต้แบรนด์ไอบีเอ็มจึงส่งผลดีต่อไอบีเอ็มในการทำตลาดในประเทศจีน ซึ่งมีประชากรมากเป็นอัีนดับหนึ่งของโลกอีกทางหนึ่ง”

ซึ่งจากข้อตกลงนี้จะทำให้เทคโนโลยีของไอบีเอ็มถูกถ่ายทอดจากธุรกิจองค์กรไปสู่ตลาดคอนซูเมอร์ได้มากขึ้น ในขณะที่เลโนโวจะสามารถเพิ่มศักยภาพการขยายตลาดพีซีออกสู่ตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้นด้วย โดยเลโนโวจะสามารถใช้เครือข่ายการตลาดในการจัดจำหน่ายพีซีใน 160 ประเทศทั่วโลก และการวิจัย-พัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีต่อจากนี้ไปก็จะเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทเลโนโวด้วยเช่นกัน

ไอบีเอ็มจะได้รับเงินสดจำนวน 650 ล้านเหรียญสหรัฐ และหุ้นสามัญในเลโนโวกรุ๊ปมูลค่า 600 ล้านเหรียญ คิดเป็น 18.9% โดยมีช่วงเวลาห้ามซื้อขายหุ้นเป็นเวลา 3 ปี อย่างไรก็ดี ไอบีเอ็มได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากรัฐบาลจีน และเป็นการบุกทำตลาดพีซีในจีนอย่างแนบเนียนที่สุดครั้งหนึ่งเลยทีเดียว

สำหรับตลาดคอมพิวเตอร์พีซีในไทย นางศุภจีกล่าวว่า ไอบีเอ็มประเทศไทยจะยังคงให้บริการและทำตลาดในส่วนของคอมพิวเตอร์พีซี และโน้ตบุ๊กอยู่ จนกว่าการเซ็นสัญญาระหว่างสองบริษัทจะเสร็จสิ้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า (พ.ศ.2548) ซึ่งระหว่างนี้ ทั้งสองบริษัทจะยังคงดำเนินธุรกิจพีซีของตนไปตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริการลูกค้า การผลิต การจัดจำหน่าย และหลังจากเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ ลูกค้าในประเทศไทยก็ยังคงได้รับบริการตามปกติจากศูนย์บริการมาตรฐานของไอบีเอ็ม เป็นเวลาอย่างน้อย 18 เดือน ซึ่งเมื่อการเซ็นสัญญาเสร็จสิ้นลง จะมีการเปิดเผยรายละเอียดต่าง ๆ ของสัญญาให้ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง และภาพธุรกิจของไอบีเอ็มจะชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ตั้งบริษัทใหม่

เมื่อการดำเนินการเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น จะมีการตั้งสำนักงานใหม่ของเลโนโวขึ้นในนิวยอร์ก ซึ่ง มร. สตีเฟ่น เอ็ม. วอร์ด จูเนียร์ รองประธานอาวุโสของไอบีเอ็มและผู้จัดการทั่วไป ไอบีเอ็ม เพอร์ซันนัล ซิสเต็มส์ กรุ๊ป จะเข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของเลโนโว และ มร. หยวน จิง หยาง ผู้บริหารคนปัจจุบันของเลโนโวจะเข้าดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และจะมีการโอนถ่ายพนักงานในส่วนของพีซีจำนวน 10,000 คนไปเป็นพนักงานของบริษัทใหม่ด้วย ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน สวัสดิการ และผลตอบแทนของพนักงานทั้งสองบริษัทมากเท่าใดนัก

จากการรายงานของไอดีซี ในปี 2546 ไอบีเอ็มและเลโนโวมีส่วนแบ่งตลาดพีซีอยู่ที่ 5% และ 3% ตามลำดับ ซึ่งเมื่อรวมกิจการกันจะทำให้มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 8%

สานต่อ

สำหรับโรงงานการผลิตพีซีในจีน ซึ่งไอบีเอ็มขายให้กับเลโนโวในครั้งนี้ ได้รวมถึงบริษัท International Information Products Company หรือ IIPC ในเมืองเซินเจิ้นด้วย แม้ว่าจะเป็นการร่วมหุ้นกับ Great Wall ก็ตาม

IBM eServer xSeries เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวที่ผลิตขึ้นจากโรงงานแห่งนี้และยังเป็นของไอบีเอ็มเช่นเดิม

ไอบีเอ็มเป็นผู้ริเริ่มในการพัฒนาคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรายแรก ๆ ของโลก โดยได้เปิดตัว IBM PC ในปี ค.ศ. 1981 แต่หลังจากตลาดคอมพิวเตอร์มีการแข่งขันสูงมากขึ้นและไม่สอดรับกับทิศทางของบริษัท ทางบริษัทจึงได้ตัดสินใจควบรวมกิจการกับบริษัทเลโนโวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การควบรวมประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ในส่วนของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และโน้ตบุ๊ก ซึ่งเลโนโวจะกลายเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกรองจากเดลล์และฮิวเล็ตต์แพกการ์ดแทนที่ไอบีเอ็ม

สำหรับบริษัทเลโนโวนั้น ก่อตั้งขึ้นในประเทศจีนเมื่อปี ค.ศ. 1984 เริ่มประกอบธุรกิจจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์พีซี ปัจจุบันเป็นบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน โดยขยายขอบเขตครอบคลุมไปถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ด้วย รายได้ของเลโนโวสูงถึง 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี บริษัทเลโนโวมีแผนจะก้าวสู่ระดับนานาชาติ จึงได้เปลี่ยนชื่อแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้นเมื่อปี 2003 และให้การสนับสนุนคณะกรรมการโอลิมปิกสากลในปี 2004 ด้วย


Company Related Links :
IBM
Lenovo