xs
xsm
sm
md
lg

“ก๊อต อธิป” โดนอีกคดี! ศาลนครนายกออกหมายจับบุกรุกที่ราชพัสดุ โทษสูงสุดคุก 5 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ศาลนครนายกออกหมายจับ “ก๊อต อธิป” สามีบุ๋ม ปนัดดา เพิ่มอีกคดี บุกรุกที่ราชพัสดุ หลังถูกจับคดีฟอกเงิน-ศาลอาญาไม่ให้ประกัน

วันนี้ (7 พ.ย.) มีรายงานว่า ศาลจังหวัดนครนายกอนุมัติหมายจับนายอธิป อนันทวรรณ หรือ “ก๊อต” อายุ 53 ปี สามีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” ในข้อหาเข้าไปในที่ราชพัสดุเพื่อยึดถือหรือครอบครองทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่มีสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุโดยปกติสุข รวมถึงการกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ที่ราชพัสดุถูกทำลายหรือเสื่อมสภาพ ตามคำร้องของ ร.ต.ท.ดำรงพล วันโท พนักงานสอบสวน สภ.บ้านนา

สำหรับข้อหาดังกล่าวมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยคดีนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) ในฐานะหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านนา จ.นครนายก เพื่อดำเนินคดีกับ นายอธิป ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าในเขตที่ราชพัสดุ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569

ต่อมาตำรวจ สภ.บ้านนา ได้ออกหมาย เรียกผู้เกี่ยวข้องรวม 4 ราย ประกอบด้วย ข้าราชการระดับ ผอ.(ระดับซี 8),กำนันหญิงในพื้นที่,ผู้ดูแลสถานที่ และนายอธิป อนันทวรรณ (ก๊อต) นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือเชิญ
บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เข้าให้ข้อมูลในวันที่ 12 พฤศจิกายน แต่เจ้าตัวเข้าพบตำรวจเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและพร้อมให้ความร่วมมือกับกับตำรวจ ขณะที่นายอธิป เข้าพบตำรวจเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน โดยอ้างว่าเพื่อแสดงนาบริสุทธิ์และพร้อมให้ความร่วมมือกับกับตำรวจเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ นายอธิปยังมีคดีสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินการในชั้นสอบสวน กรณีเกี่ยวข้องกับการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งก่อนหน้านี้มีประชาชนและผู้บริจาคเข้าแจ้งความร้องทุกข์ หลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำเงินบริจาคที่เปิดรับเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและผู้ยากไร้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์


จากการสืบสวนของตำรวจ บก.ปอศ. พบเส้นทางเงินบริจาคจาก 3 บัญชี รวมกว่า 815 ล้านบาท โดยตำรวจระบุว่ามีการโยกย้ายเงินออกจากบัญชีรับบริจาคไปยังบัญชีส่วนตัวของกลุ่มผู้ต้องหาและบุคคลใกล้ชิด รวมถึงนำไปใช้จ่ายส่วนตัว ซื้อสินค้าแบรนด์เนม ลงทุน และเกี่ยวข้องกับธุรกรรมก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ โดยพบยอดเงินที่เข้าข่ายใช้ผิดวัตถุประสงค์ประมาณ 527 ล้านบาท

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2569 ศาลอาญาอนุมัติหมายจับนายอธิป ตามหมายจับที่ 6492/2569 ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ขณะที่ น.ส.ปนัดดา ถูกออกหมายจับตามหมายจับที่ 6491/2569 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และร่วมกันฟอกเงิน

โดยตำรวจจับกุมนายอธิปได้บริเวณด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ส่วน น.ส.ปนัดดาถูกจับกุมที่บ้านพักย่านเกษตร-นวมินทร์ กรุงเทพฯ

จากนั้นวันที่ 7 พ.ย. พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. นำตัวทั้งสองไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญาผัดแรก โดยนายอธิปยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท แต่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากเห็นว่าคดีส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง มีผู้เสียหายจากการบริจาคกว่า 900,000 บัญชี มูลค่าความเสียหายกว่า 900 ล้านบาท อีกทั้งเกรงว่าหากปล่อยตัวชั่วคราวอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานบุคคลหรือพยานหลักฐาน

ภายหลังศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนายอธิปเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่วน น.ส.ปนัดดา ซึ่งไม่ประสงค์ยื่นขอประกันตัว ถูกนำตัวเข้าไปยังทัณฑสถานหญิงกลาง

สำหรับคดีที่ศาลจังหวัดนครนายกอนุมัติหมายจับนายอธิปในข้อหาบุกรุกที่ราชพัสดุ ถือเป็นอีกคดีหนึ่งที่ต้องแยกจากคดีฟอกเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี โดยขณะนี้นายอธิปยังถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังศาลอาญาไม่อนุญาตให้ประกันตัวในคดีดังกล่าว