MGR Online -“เป๊กกี้ ศรีธัญญา” แจ้งจับ “บุ๋ม ปนัดดา-องค์กรมูลนิธิทำดี” หลังบริจาค 2 แสน เผย เจ็บปวดแฟนคลับตนเองที่สามีป่วยติดเตียงยังโอนช่วย รับเสียความรู้สึก ความศรัทธาพังทลาย ขณะที่ “โอ๊ต ปราโมทย์” โอน 1.5 แสน มอบหมาย “ทนายแก้ว” ดำเนินคดีด้วย
วันนี้ (7 พ.ย. ) ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เป๊กกี้ ศรีธัญญา หรือ นางสาวดรุณี สุทธิพิทักษ์ ดาราและพิธีกรชื่อดัง พร้อมด้วย นายมนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และ องค์กรทำดี ใน 3 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และร่วมกันฟอกเงิน หลังพบว่าเงินที่ร่วมบริจาคเพื่อสาธารณกุศลรวมกว่า 200,000 บาท ถูกนำไปใช้ส่วนตัว
เป๊กกี้ ศรีธัญญา เปิดเผยว่า ตนเองเคยบริจาคเงินให้องค์กรทำดีรวมทั้งหมด 3 ครั้ง เนื่องจากศรัทธาในตัว คุณบุ๋ม ปนัดดา ประธานมูลนิธิ ที่เคยเข้าช่วยเหลือกรณีแดนเซอร์ของตนถูกทำร้าย ประกอบกับมองว่าอีกฝ่ายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือสูง โดยครั้งแรก ปี 2003 บริจาคจำนวน 55,555 บาท ครั้งที่สอง ปี 2567 เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ จ.เชียงใหม่ บริจาค 100,000 บาท ครั้งที่สาม ปี 2568 เหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริจาค 50,000 บาท
“ที่ผ่านมา บริจาคด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยขอใบกำกับภาษีแม้แต่ครั้งเดียว แต่เหตุผลที่ต้องมาแจ้งความในวันนี้ เพราะต้องการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง ทั้งนี้ ช่วงแรกที่มีข่าวเรื่องสามีคุณบุ๋ม ไปบุกรุกป่า เรายังรู้สึกสงสารและให้กำลังใจมาโดยตลอด แม้เริ่มมีเรื่องขององค์กรทำดีเข้ามา ก็ยังเชื่อมั่นว่า เขาจะไม่เอาเงินบริจาค 50 ล้าน ไปสร้างพูลวิลลาส่วนตัวแน่ๆ แต่พอตำรวจเริ่มออกหมายจับ ความรู้สึกและความศรัทธามันพังทลายลงเรื่อยๆ” เป๊กกี้ ศรีธัญญา กล่าว
เป๊กกี้ ศรีธัญญา กล่าวอีกว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่ที่สุด คือ กรณีที่มีแฟนคลับคนหนึ่งซึ่งสามีนอนป่วยติดเตียง ได้นำเงินเก็บออกมาบริจาคให้กับองค์กรทำดีตามตนเอง เพราะเห็นว่า ตนศรัทธาองค์กรนี้มาก อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ คุณบุ๋ม เคยพูดในรายการ คุยแซ่บโชว์ ว่า ตนเป็น “สารตั้งต้น” ที่ทำให้ดาราและคนไทยในต่างประเทศร่วมบริจาคเงินเข้ามาอย่างถล่มทลาย วันนั้นตนรู้สึกอิ่มบุญและหน้าบานมาก แต่มารอบนี้กลับรู้สึกผิดอย่างที่สุด ยืนยันว่า การมาแจ้งความวันนี้ทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ เพราะเงินทุกบาทหามาด้วยความยากลำบาก
ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า เดินทางมาแจ้งความเพื่อ “แก้เกี้ยว” เนื่องจากกังวลว่าจะถูกตำรวจออกหมายเรียกในฐานะผู้ร่วมแชร์โพสต์รับบริจาค เป๊กกี้ ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีเจตนาแก้เกี้ยว ตอนที่แชร์โพสต์ทำไปเพราะเจตนาบริสุทธิ์ หากหลังจากนี้จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็พร้อมว่ากันไปตามกระบวนการ
ด้าน ทนายแก้ว กล่าวเสริมว่า นอกจากรับหน้าที่เป็นทนายความให้เป๊กกี้แล้ว ตนยังได้รับมอบอำนาจจาก โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน นักร้องชื่อดัง ในนามมูลนิธิ “วายไลฟ์” (Why Live) ให้ดำเนินคดีกับ บุ๋ม ปนัดดา และองค์กรทำดี ใน 3 ข้อหาเช่นเดียวกันกับเป๊กกี้ หลังจากมูลนิธิวายไลฟ์ได้บริจาคเงินจำนวน 150,000 บาท ให้กับองค์กรทำดีเมื่อปี 2568 ในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ แต่เมื่อปรากฏเป็นข่าวกลับพบข้อมูลว่า เงินเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ถูกนำไปใช้ในกิจการส่วนตัว จึงต้องดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด


