xs
xsm
sm
md
lg

"ทนายกุ้ง-ออยศรี" ยื่นค้านประกัน "บุ๋ม-ก๊อต" หวั่นข่มขู่-ยุ่งเหยิงหลักฐาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - "ทนายกุ้ง-ออยศรี" บุก บช.ก. ยื่นค้านประกันตัว"บุ๋ม-ก๊อต" หวั่นข่มขู่-ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เผยก่อนแจ้งความมีคนขอเจรจาให้ชะลอคดี แต่ขอเดินหน้าตามกฎหมาย

วันนี้ 6 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นางอำนวยพร มณีวรรณ์ หรือ “ทนายกุ้ง” พร้อมด้วย น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “ออยศรีและผองเผือก” เดินทางเข้ายื่นหนังสือคัดค้านการประกันตัว น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” และนายอธิป อนันทวรรณ หรือ “ก๊อต” โดยทนายกุ้งได้รับมอบอำนาจจากช่างเอ๋ให้ยื่นคัดค้านการประกันตัวสองสามี-ภรรยา ขณะที่ออยศรียื่นคัดค้านการประกันตัวเฉพาะบุ๋ม ปนัดดา

ทนายกุ้ง เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับมอบอำนาจจากช่างเอ๋ให้มายื่นคัดค้านการประกันตัวบุ๋ม ปนัดดา และก๊อต สามี สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 พ.ย. บุ๋มได้เดินทางไปแจ้งความช่างเอ๋และก๊อต ในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกง" โดยก่อนหน้านี้ช่างเอ๋ได้เข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจในคดีฟอกเงินและคดีฉ้อโกงประชาชน จึงเกิดความกังวลว่าหากบุ๋มและก๊อตได้รับการประกันตัวออกไป อาจมีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่พยานที่เกี่ยวข้องกับคดีได้

ทนายกุ้ง กล่าวต่อว่า ช่างเอ๋มีความรู้สึกหวาดกลัวและกังวลว่าจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากเคยเป็นเพื่อนและคนคุ้นเคยกับบุ๋มและก๊อตมาก่อน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในบุคคลที่นำพยานหลักฐานไปมอบให้ตำรวจตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นคดี จึงเกรงว่าอีกฝ่ายอาจเกิดความโกรธแค้นจากการที่ตนเข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ และอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวในอนาคต

ทนายกุ้ง กล่าวยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ช่างเอ๋ยังไม่เคยถูกข่มขู่โดยตรง แต่มีความกังวลและระมัดระวังตัวมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและความสัมพันธ์เดิมที่เคยมีต่อกัน โดยการยื่นคัดค้านประกันตัวครั้งนี้เป็นการป้องกันไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อพยานบุคคลหรือพยานหลักฐานในภายหลัง ส่วนกรณีที่ช่างเอ๋ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและฉ้อโกงประชาชนนั้น ทนายกุ้งกล่าวว่า ช่างเอ๋ได้นำส่งพยานหลักฐานให้ตำรวจไปหมดแล้ว ทั้งข้อความสนทนาทางไลน์ หลักฐานการโอนเงินเข้าและโอนเงินออก รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินที่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้ โดยช่างเอ๋มีความเข้าใจว่าเงินที่ได้รับเป็นเงินจากการรับเหมางานก่อสร้างตามปกติ ส่วนการโอนเงินออกก็มีเหตุผลและหลักฐานการสนทนาประกอบว่าเป็นการดำเนินการด้วยเหตุใด

"มั่นใจว่าช่างเอ๋ไม่มีส่วนได้เสียหรือได้รับประโยชน์จากเงินที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่าช่างเอ๋ควรอยู่ในสถานะพยาน อย่างไรก็ตาม หากตำรวจจะพิจารณาเปลี่ยนสถานะจากพยานเป็นผู้ต้องหา ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและการพิจารณาของพนักงานสอบสวน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากช่างเอ๋ถูกดำเนินคดีจากลักษณะการรับโอนเงินแล้วนำเงินสดออกไปหรือโอนต่อ ก็อาจมีบุคคลอื่นที่ทำธุรกรรมในลักษณะเดียวกันอีกหลายราย ซึ่งต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายบุคคล" ทนายกุ้ง กล่าว

สำหรับกรณีที่บุ๋มเข้าแจ้งความช่างเอ๋ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงกับก๊อตนั้น ทนายกุ้งกล่าวว่า ขณะนี้ยังต้องรอดูว่าพนักงานสอบสวนจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากในวันที่บุ๋มเดินทางไปแจ้งความนั้น เป็นการลงบันทึกและแจ้งความไว้ก่อน โดยรายละเอียดและพยานหลักฐานต่าง ๆ ยังต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวน เพื่อพิสูจน์ว่าช่างเอ๋มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาอย่างไร

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับสถานะการดำรงตำแหน่งของบุ๋มในฐานะประธานมูลนิธิ โดยทนายกุ้งระบุว่า มองว่าบุ๋มได้ยุติบทบาทไปตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. จึงต้องพิจารณาว่าการเข้าแจ้งความในฐานะประธานมูลนิธิสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบต่อไป ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงหมายจับเพิ่มเติมและอาจมีชื่อช่างเอ๋เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น ทนายกุ้งยอมรับว่าช่างเอ๋มีความกังวล แต่ไม่ได้กังวลเฉพาะคดีนี้ เนื่องจากยังมีอีกคดีหนึ่งเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งสืบเนื่องจากกรณีที่มีการว่าจ้างช่างเอ๋ให้นำรถแบ็กโฮเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ โดยช่างเอ๋ได้เดินทางเข้ามอบตัวในคดีดังกล่าวที่ภูเก็ตแล้ว

ด้าน ออยศรี กล่าวว่า ก่อนวันที่ตนจะเดินทางเข้าแจ้งความ เคยมีการติดต่อมาหาเพื่อขอเจรจา และขอให้ชะลอการแจ้งความดำเนินคดี แต่ตนปฏิเสธที่จะพูดคุยหรือเจรจา และเลือกเดินหน้าตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมีทนายกุ้งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ทั้งนี้ ไม่ขอเปิดเผยว่าบุคคลใดเป็นผู้ติดต่อมา แต่ยืนยันว่าบุ๋มเป็นผู้ให้บุคคลดังกล่าวติดต่อมา และไม่ได้ต้องการกล่าวหาว่าบุคคลที่เข้ามาติดต่อมีเจตนาไม่ดี เพราะเชื่อว่าอาจมีความตั้งใจดีต่อทั้งสองฝ่าย เพียงแต่ตนตัดสินใจเดินหน้าดำเนินคดีต่อไป

ออยศรี ยังกล่าวถึงเหตุผลในการยื่นคัดค้านประกันตัวว่า ตนมองว่าบุ๋มเป็นบุคคลที่รู้จักผู้ใหญ่และบุคคลสำคัญจำนวนมาก แม้จะไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีการใช้วิธีการใดกับตนหรือไม่ แต่เห็นว่าการป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า อีกทั้งมองว่าบุ๋มอาจมีโอกาสได้รับการประกันตัว เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นบุคคลที่มีภาพลักษณ์ในการทำงานช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด จึงต้องการทำหน้าที่ในฐานะผู้เสียหายให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลการพิจารณาคัดค้านประกันตัวจะออกมาเป็นอย่างไร

เมื่อถามถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ออยศรีกล่าวว่า ไม่ได้ต้องการกล่าวหาว่ามีการข่มขู่ แต่ยอมรับว่ามีการติดต่อเข้ามาเพื่อขอเจรจาและขอให้ชะลอการแจ้งความ ซึ่งตนเลือกปฏิเสธ โดยไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดหรือชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่าการเดินหน้าดำเนินคดีในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของตนเอง เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทำจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ออยศรีย้ำว่า ในฐานะผู้เสียหาย ตนดำเนินคดีกับมูลนิธิองค์กรทำดีและคณะกรรมการมูลนิธิ ส่วนประเด็นเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปถึงก๊อตนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องที่บุ๋มและมูลนิธิต้องชี้แจงและรับผิดชอบตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ

เมื่อถามถึงผลกระทบต่อชีวิตหลังออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าว ออยศรียอมรับว่าชีวิตเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการถูกวิพากษ์วิจารณ์และต่อว่าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ตลอดทั้งวันทั้งคืน หลังจากบุ๋มออกมาร้องไห้และเอ่ยชื่อตน ทำให้มีผู้เข้ามาต่อว่าเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ยืนยันว่าไม่ทำให้ตนเปลี่ยนใจหรือหยุดดำเนินคดี เพราะหากวันนั้นตนยอมถอย สังคมคงไม่รู้ความจริงในวันนี้

"อยากฝากถึงทุกคนที่อาจต้องเผชิญกับการต่อสู้หรือข้อพิพาทในอนาคตว่า การใช้น้ำตาเพื่อทำให้คนอื่นหยุดดำเนินการอาจไม่ได้ผลเสมอไป บางครั้งน้ำตาก็ไม่ได้ช่วย ถ้าคุณใช้ผิดคน"ออยศรีกล่าวทิ้งท้าย