ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ซ้อนแผนล่อซื้อตามยึดรถกระบะคืนเจ้าของได้ภายใน 5 วัน หลังถูกเพื่อนร่วมงานหลอกยืมไปแล้วแอบนำไปขายต่อ จนถูกส่งทอดขายต่อในกลุ่มเฟซบุ๊ก พร้อมรวบตัวผู้รับซื้อรายที่ 5 แจ้งข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร และเร่งออกหมายจับติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยืมรถไปขายทอดแรกมาดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ที่ สภ.ปากเกร็ด พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด, พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด, พ.ต.ท.วิศิษฎ์ ชมเชย สว.สส.สภ.ปากเกร็ด ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด พร้อมด้วย พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.วิศิษฎ์ ชมเชย สว.สส.ปากเกร็ด ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการติดตามยึดรถกระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นฟรอนเทียร์ สีเทา หมายเลขทะเบียน ปง 8183 กรุงเทพมหานคร คืนแก่ น.ส.พรประภา ศรีสังข์ อายุ 53 ปี เจ้าของรถกระบะ (ผู้เสียหาย) ที่จอดไว้บริเวณหน้าบ้านเช่าหลังหนึ่ง ภายในซอยประเสริฐอิสลาม 34 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังถูกลักทรัพย์ยักยอกไปขายต่อ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ว่าได้ให้เพื่อนร่วมงานยืมรถกระบะคันดังกล่าวไปใช้เนื่องจากรถของอีกฝ่ายเสีย แต่ในเวลาต่อมากลับถูกอ้างว่าบ้านโดนงัดและรถหายไป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่ตรวจสอบกระทั่งพบเบาะแสเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ว่ารถคันดังกล่าวถูกนำมาลงประกาศขายในกลุ่ม Facebook “ชมรม คนรัก Nissan Frontier แห่งประเทศไทย” จึงได้นัดหมายติดต่อขอซื้อรถกระบะดังกล่าว ณ บริเวณริมถนนสาธารณะหน้าเทศบาลเมืองอโยธยา หมู่ที่ 4 ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด ได้พบชายคนหนึ่งขับรถกระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นฟรอนเทียร์ สีเทา หมายเลขทะเบียน ปง 8183 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีลักษณะตรงกับรถกระบะของผู้เสียหายที่ถูกลักทรัพย์ไป เข้ามายังบริเวณจุดนัดหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจที่แฝงตัวเป็นผู้ติดต่อขอซื้อรถกระบะจึงได้เข้าพูดคุยกับชายคนดังกล่าว เพื่อยืนยันรายละเอียดของรถและบุคคลผู้ลงประกาศขาย เมื่อสามารถตรวจสอบลักษณะรถกระบะเป้าหมายได้ชัดเจนแล้ว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแสดงความบริสุทธิ์ใจและขอทำการตรวจสอบรถกระบะคันดังกล่าว
จากการสอบถามทราบชื่อภายหลังคือ นายสมพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี (เป็นผู้ซื้อต่อรายที่ 5) ซึ่งให้การยอมรับว่าตนเป็นผู้ลงประกาศขายรถกระบะคันดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กจริง จึงได้ควบคุมตัวมาที่สภ.ปากเกร็ด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์หรือรับของโจร” ส่วนผู้ต้องหารายที่ 1 และ 2 ที่ขโมยรถไปขายทอดแรก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับและอยู่ในระหว่างการติดตามตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถาม น.ส.พรประภา เจ้าของรถกระบะ (ผู้เสียหาย) กล่าวว่า ตนจอดรถกระบะไว้ที่ซอยสามัคคี มีน้องที่ทำงานด้วยกันมาขอยืมรถไปใช้เพราะเขารถพัง ซึ่งตนก็ยินดีให้ไป แต่พอมารู้มีหลังปราฏว่าน้องที่ยืมรถไปมาบอกกับตนว่าบ้านโดนงัด และรถกระบะของตนได้หายไป ตนจึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากเกร็ด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างรวดเร็ว และมีน้องพลเมืองดีช่วยมาล่อซื้อให้ ทำให้ตนได้รถกระบะคืน ภายใน 5 วัน และตนมารู้ทีหลังว่าน้องเขาเอารถของตนไปขายต่อ ส่วนคนที่รับซื้อไปคาดว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะมีการไปโพสต์ขายในกลุ่มเฟซบุ๊ก ส่วนเรื่องรถกระบะตนคิดว่าจะไม่ได้คืนแล้ว แต่ทางตำรวจสามารถตามให้ตนได้ภายใน 5 วัน
ทางด้าน พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีรถกระบะหายไป ตนจึงได้สั่งให้ทีมงานไปตรวจสอบที่เกิดเหตุปรากฏว่าเป็นเหตุลักทรัพย์จริง จึงตรวจสอบข้อมูลปรากฏว่าวันที่ 30 ตุลาคม 2569 มีประกาศขายรถกระบะคันดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้ทำการล่อซื้อ และนัดรับรถที่จ.พระนครศรีอยุธยา แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าผู้ที่ซื้อรถต่อไปเป็นผู้ซื้อรายที่ 5 และรับว่าซื้อรถกระบะคันดังกล่าวมาจริงจากบุคคลอื่นที่นำมาขาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนและออกหมายจับผู้ต้องหารายแรก หรือน้องของผู้เสียหายที่ยืมรถคันดังกล่าวไป และจะรีบทำการขยายผลจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด


