xs
xsm
sm
md
lg

เหยื่ออีก 10 ราย แจ้งจับ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ของ “บุ๋ม ปนัดดา” โกงเงินบริจาค!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online -“ทนายตั้ม” พาผู้เสียหายเกือบ 10 ราย แจ้งความเอาผิด “มูลนิธิองค์กรทำดี” ของ “บุ๋ม ปนัดดา” ปมนำเงินบริจาคช่วยน้ำท่วม-ชายแดน ไปใช่จ่ายส่วนตัว!

วันนี้ (5 พ.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” พร้อมผู้เสียหายเกือบ 10 ราย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอศ.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกรณีมูลนิธิองค์กรทำดีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” หลังผู้เสียหายระบุว่า เคยโอนเงินบริจาคตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและประชาชนตามแนวชายแดน แต่ภายหลังพบข่าวเกี่ยวกับการนำเงินไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น จึงเกิดความไม่สบายใจและต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายษิทรา กล่าวว่า ผู้เสียหายหลายรายติดต่อขอให้ตนช่วยพามาแจ้งความ เนื่องจากที่ผ่านมาได้โอนเงินบริจาคให้มูลนิธิด้วยความเชื่อมั่นในความน่าเชื่อถือ และเข้าใจว่า เงินจะถูกนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน แต่เมื่อเห็นข่าวเกี่ยวกับการนำเงินไปสร้างพูลวิลล่าและการใช้จ่ายในเรื่องอื่นๆ จึงเกิดความไม่สบายใจ วันนี้จึงเดินทางมาพร้อมผู้เสียหายเกือบ 10 คน โดยบางรายเดินทางมาจากจังหวัดชลบุรีและประจวบคีรีขันธ์

นายภูวนัย เพ็ชรโยธิน ผู้ประกอบอาชีพค้าขายออนไลน์ เปิดเผยว่า ตนบริจาคเงินให้มูลนิธิรวมกว่า 70,000 บาท หากรวมมูลค่าสิ่งของที่นำไปช่วยเหลือด้วยจะมีมูลค่ากว่า 200,000 บาท โดยที่ผ่านมา เป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมมาแล้วหลายปี แต่เนื่องจากต้องการช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากขึ้น จึงพยายามหามูลนิธิที่เชื่อถือได้เพื่อเป็นช่องทางส่งต่อเงินบริจาค

นายภูวนัย กล่าวว่า ครั้งแรกที่บริจาคเงินจำนวน 50,000 บาท เกิดขึ้นเมื่อปี 2568 ระหว่างลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่จังหวัดปัตตานี โดยได้รู้จักกับทีมงานของมูลนิธิ ผ่าน นางองุ่นศรี เลขาและเหรัญญิกของมูลนิธิ ก่อนตัดสินใจโอนเงินให้ เนื่องจากเชื่อมั่นในการทำงานของมูลนิธิ หลังจากนั้น ยังบริจาคช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ที่เคยโอนเงิน 5,000 บาท เพื่อสนับสนุนค่าน้ำมันให้ทีมกู้ภัย รวมถึงนำปลาหมึกแห้งจำนวน 340 ลัง ไปช่วยเหลือประชาชนตามแนวชายแดน และยังบริจาคเงินสดเพิ่มเติมด้วย

นายภูวนัย กล่าวอีกว่า ตนไม่เคยคิดจะเรียกเงินบริจาคคืน เพราะการทำบุญไม่มีใครต้องการเงินกลับคืน หากเงินถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่เมื่อเห็นข่าวเกี่ยวกับการใช้เงินและการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว จึงเกิดความไม่สบายใจและต้องการให้ตรวจสอบว่าเงินที่ประชาชนร่วมกันบริจาคถูกนำไปใช้ที่ใดบ้าง พร้อมมองว่า เงินบริจาคแม้จะเป็นจำนวนเล็กน้อยจากแต่ละคน แต่เมื่อรวมกันแล้วอาจกลายเป็นเงินจำนวนหลายร้อยล้านบาท จึงไม่ควรมองข้ามความสำคัญของเงินทุกบาทที่ประชาชนตั้งใจมอบให้

นายษิทรา กล่าวต่อว่า วันนี้ผู้เสียหายประสงค์แจ้งความในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดฐานฟอกเงิน พร้อมนำเอกสารหลักฐานมามอบให้ตำรวจตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังนำข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิอื่นมายื่นให้ตรวจสอบด้วย เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่าจะตรวจสอบมูลนิธิทั่วประเทศ