xs
xsm
sm
md
lg

ผบช.สตม.ยกระดับเข้มคัดกรองเด็กต่ำกว่า 18 ปี เดินทางออกนอกประเทศ สกัด “พ่อไทยทิพย์”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ผบช.สตม.ยกระดับคัดกรองเด็กต่ำกว่า 18 ปี เดินทางออกนอกประเทศ สกัดขบวนการ “พ่อไทยทิพย์” พร้อมขยายช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติเป็น 33 สัญชาติ ยอดใช้บริการพุ่ง 185.6%

วันนี้ (4 พ.ย.) พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมด้วยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และผู้บริหารจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการปกครอง เปิดเผยแนวทางยกระดับมาตรการตรวจคัดกรองผู้เยาว์ที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control: ABC) เพื่อยกระดับความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง

พล.ต.ท.นพศิลป์ เปิดเผยว่า สตม.เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองเด็กสัญชาติไทยอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เพื่อป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ การลักพาตัวเด็กข้ามชาติ และการนำเด็กออกนอกประเทศโดยมิชอบ โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ร่วมเดินทาง รวมถึงเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเอกสารที่ผู้ปกครองต้องเตรียม ได้แก่ หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ และสูติบัตรของเด็ก ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งฉบับจริง สำเนา หรือภาพถ่ายอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเอกสารเพิ่มเติมตามลักษณะการเดินทาง ดังนี้

1. กรณีเดินทางกับบิดาหรือมารดาฝ่ายเดียว ต้องมีหนังสือยินยอมจากอีกฝ่าย ซึ่งออกโดยหน่วยงานรัฐ พร้อมเอกสารแสดงอำนาจปกครองเพิ่มเติมในกรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรสหรือหย่าร้าง

2. กรณีเดินทางกับผู้แทนโดยชอบธรรม ต้องมีสำเนาคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้แทนโดยชอบธรรม

3. กรณีเดินทางกับบุคคลอื่น ต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดาและมารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม ซึ่งออกโดยหน่วยงานรัฐ

ทั้งนี้ หนังสือยินยอมต้องจัดทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ หรือสถานทูต และต้องมีอายุไม่เกิน 60 วัน

ส่วนกรณีเดินทางเป็นหมู่คณะกับสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือสมาคมโรงเรียนนานาชาติ เช่น การแข่งขันกีฬา ศึกษาดูงาน หรือแลกเปลี่ยนทางการศึกษา สามารถใช้หนังสือรับรองจากสถานศึกษาแทนได้ โดยต้องผ่านขั้นตอนการขอความยินยอมและอนุมัติตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ

จากการดำเนินมาตรการดังกล่าว ระหว่างเดือนกรกฎาคม–ตุลาคม 2569 สตม.ตรวจคัดกรองเด็กสัญชาติไทยจำนวน 120 ราย พบพิรุธจากเอกสารและถ้อยคำของมารดาชาวจีนและบิดาชาวไทย จำนวน 32 ราย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการกุมารจีน หรือ “พ่อไทยทิพย์” จึงปฏิเสธการอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ก่อนนำไปสู่การสืบสวนขยายผล จับกุม และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

สตม.จึงขอความร่วมมือผู้ปกครองตรวจสอบและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนเดินทาง เพื่อให้กระบวนการตรวจอนุญาตเป็นไปอย่างรวดเร็ว พร้อมคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของเด็ก

นอกจากนี้ พล.ต.ท.นพศิลป์ ยังเปิดเผยถึงการยกระดับบริการช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (ABC) เพื่ออำนวยความสะดวก ลดระยะเวลารอคิว และเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจคนเข้าเมือง โดยปัจจุบัน สตม.ร่วมกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ติดตั้งช่องตรวจอัตโนมัติที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ฝั่งขาเข้า 39 ช่อง และขาออก 67 ช่อง รวมถึงขยายบริการไปยังท่าอากาศยานดอนเมืองและภูเก็ต

ตามคำสั่งที่ 196/2569 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2569 สตม.ได้ขยายสิทธิการใช้ช่องตรวจอัตโนมัติสำหรับผู้โดยสารขาเข้า จากเดิม 2 สัญชาติและดินแดน เป็น 33 สัญชาติและดินแดน สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางที่ได้รับยกเว้นการตรวจลงตราหรือได้รับวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ตามเงื่อนไขที่กำหนด ประกอบด้วย

- เอเชีย: เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และมาเลเซีย
- ตะวันออกกลาง: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- โอเชียเนีย: ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
- อเมริกา: แคนาดา
- ยุโรป: 24 ประเทศ ได้แก่ กรีซ เบลเยียม มอลตา สโลวาเกีย สหราชอาณาจักร เช็ก โปรตุเกส เยอรมนี สโลวีเนีย อิตาลี เดนมาร์ก โปแลนด์ ลักเซมเบิร์ก สวิตเซอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ นอร์เวย์ ฝรั่งเศส ลัตเวีย สวีเดน ฮังการี เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ สเปน และออสเตรีย

สำหรับผู้โดยสารที่ลงทะเบียน Thailand Digital Arrival Card (TDAC) จะได้รับอีเมลแจ้งสิทธิการใช้ช่องตรวจอัตโนมัติ โดยหลังเริ่มขยายบริการตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2569 พบว่ามีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยวันละ 744 คน เป็น 2,125 คน หรือเพิ่มขึ้น 185.6%

ขณะที่ระหว่างวันที่ 18 กันยายน–31 ตุลาคม 2569 มีชาวต่างชาติใช้บริการช่องตรวจอัตโนมัติรวมทั้งสิ้น 94,760 คน โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ สิงคโปร์ 21,684 คน ฮ่องกง 14,259 คน เกาหลีใต้ 9,615 คน ญี่ปุ่น 9,538 คน และมาเลเซีย 6,943 คน

พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินมาตรการทั้งสองด้านเป็นการยกระดับภารกิจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้ครอบคลุมทั้งการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัย โดยเฉพาะการป้องกันขบวนการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ลดความแออัด และรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้การตรวจคนเข้าเมืองมีความสะดวก รวดเร็ว และมีมาตรฐานยิ่งขึ้น