เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 พ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.สภ.บางศรีเมือง, พ.ต.ท.สมพร โพธิ์ศรี สว.สส, ร.ต.อ.ปองพล จันทรปรางกูร รองสว.สส.สภ. ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.บางศรีเมือง ได้เข้าจับกุมตัว นายวิศวกร แหยมเจริญ อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ น.769/2569 ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ในความผิดฐาน "ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น" พร้อมของกลางสร้อยข้อมือทองปลอม ตั๋วจำนำ กุญแจรถ โทรศัพท์มือถือ และตู้เซฟ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 นางดวงสมร นานา ผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง หลังถูกคนร้ายหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยจุดเริ่มต้นพบโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก "ดูดวงฟรี 24 ชั่วโมง ช่วยเหลือคน" มีบัญชีเฟซบุ๊กใช้ชื่อ "Luis Diaz" คอมเมนต์คิวอาร์โค้ดไลน์แนะนำหมอดูใจดี ดูแม่น และไม่คิดเงิน เมื่อผู้เสียหายสแกนเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์ บัญชีชื่อ "Piyawat kitthachon" ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 03.00 น. คนร้ายได้โทรศัพท์มาหาเพื่อทำพิธีกรรมดูดวง โดยใช้อุบายหลอกให้ทำรายการกดเงินไม่ใช้บัตร และขอรหัส OTP จนเงินในบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ถูกถอนออกไป 2 ครั้ง ครั้งละ 25,000 บาท รวม 50,000 บาท จากนั้นคนร้ายยังอ้างว่าจะติดตามเงินคืนให้ โดยหลอกให้สแกนคิวอาร์โค้ดผ่านแอปพลิเคชันธนาคารกสิกรไทยซ้ำ จนเงินถูกถอนออกไปอีก 30,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 80,000 บาท เหตุเกิดที่บ้านพักในตำบลบางรักน้อย อำเภอเมืองนนทบุรี
หลังรับแจ้งความ ชุดสืบสวน สภ.บางศรีเมือง ได้เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและภาพจากกล้องวงจรปิด จนพบเบาะแสสำคัญว่า จุดที่คนร้ายใช้กดเงินสดจากตู้ ATM คือตู้ ATM ธนาคารไทยพาณิชย์ หน้าร้านสะดวกซื้อซีเจ เอ็กซ์เพรส สาขาบางไทร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อนำภาพใบหน้าคนร้ายจากกล้องวงจรปิดไปเปรียบเทียบกับหมายเลขโทรศัพท์และข้อมูลการลงทะเบียนซิมการ์ด พบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายวิศวกร แหยมเจริญ เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด
จากการสอบสวน นายวิศวกร ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ตนได้นำคิวอาร์โค้ดและข้อมูลหมอดูจากกลุ่มไลน์มาแอบอ้าง โดยใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยในการสร้างคำทำนายและพิมพ์ตอบคำถามเหยื่อ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อจะหลอกเอาเงินค่าครูและค่าพิธีกรรม ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาทเงินที่ได้จากการหลอกลวงทั้งหมด นำไปใช้จ่ายส่วนตัว ใช้หนี้สิน ประกันตัวพ่อและพี่ชาย รวมถึงนำไปเล่นการพนันออนไลน์ (เว็บมวยและบาคาร่า) ตลอดจนการแทงมวยตามสนามจริง และการชนไก่ ซึ่งเคยเล่นเสียสูงสุดถึงคู่ละ 600,000 บาท ปัจจุบันไม่เหลือทรัพย์สินใด ๆ นอกจากรถยนต์ที่รับจำนองไว้เพียงคันเดียว
ด้าน พ.ต.ท.สมพร โพธิ์ศรี สว.สส.สภ.บางศรีเมือง เปิดเผยว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยการ "รับดูดวง" โดยใช้ AI ช่วยในการพูดคุย ยอดเงินล่าสุดที่หลอกมาคือ 80,000 บาท โดยเหยื่อจะทักไลน์เข้ามาหาเอง และโอนเงินให้ผ่านหน้าตู้ ATM พร้อมทั้งบอกรหัสกดเงินทั้งหมด ส่วนยอดความเสียหายที่สูงที่สุดที่เคยทำได้คือเกือบ 2 ล้านบาท จากผู้เสียหายรายเดียวในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์หรือโคราช เงินที่ได้มาจากการหลอกลวงถูกนำไปใช้หนี้ ประกันตัวพ่อและพี่ รวมถึงนำไป "เล่นการพนัน" ทั้งพนันมวยผ่านเว็บไซต์ (วางเดิมพันครั้งละประมาณ 10,000–20,000 บาท สูงสุด 80,000 ถึง 1 แสนบาทต่อคู่) และไปเล่นเดิมพันที่สนามจริงตามเวที เช่น อ.ต.ก. และเวทีเมืองปทุม รวมถึงการชนไก่ ซึ่งเคยเล่นเสียมากที่สุดถึง 600,000 บาทต่อคู่ ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจโกง บางรายพูดคุยปรึกษากันนาน 2-3 เดือน ช่วงนั้นตนเป็นหนี้จึงนำเงินมาหมุนและกะว่าจะเอาไปลงทุนร่วมกัน แต่สุดท้ายเงินก็หมดเกลี้ยงไม่เหลือเลยสักบาทเดียว ปัจจุบันเหลือเพียงรถยนต์ที่รับจำนองไว้คันเดียวในราคาประมาณ 75,000 - 80,000 บาทเท่านั้น
ต่อมา นางดวงสมร ผู้เสียหาย ได้เดินทางมาที่ สภ.บางศรีเมือง เพื่อเผชิญหน้ากับผู้ต้องหา พร้อมต่อว่าด้วยความโกรธเนื่องจากตนและเหยื่อรายอื่นเดือดร้อนหนัก บางรายถึงขั้นต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาให้ แต่กลับถูกหลอกซ้ำซาก โดยนางดวงสมรได้ตะโกนใส่ผู้ต้องหาว่า "โอโห! หลอกได้ หลอกดีจังเลยเว้ย ไหนบอกจะคืนเงินไง เอาเงินคืนมาดิ!"
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากเตือนภัยไปยังประชาชน ให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างดูดวงออนไลน์ ห้ามโอนเงิน ให้ข้อมูลส่วนตัว หรือยินยอมส่งรหัส OTP แก่บุคคลแปลกหน้าโดยเด็ดขาด ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


