“ออยศรี” สวน “อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” ปมเงินบริจาค 1,000 บาท ซัดคำพูดไม่เหมาะสม มองเป็นการด้อยค่าเงินบริจาค ลั่นตรวจสอบทุกคนได้หากมีหลักฐาน
วันนี้ (1 พ.ย.) ที่บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด บ้านเรือนไทยตรงข้ามศูนย์ราชการ น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “ออยศรีและผองเผือก” กล่าวถึงกรณีตอบโต้ผ่านเฟซบุ๊กกับอาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม เกี่ยวกับประเด็นการบริจาคเงินจำนวน 1,000 บาท ให้แก่มูลนิธิองค์กรทำดีของ น.ส.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี
ออยศรี กล่าวว่า กรณีที่อาจารย์เบียร์พูดถึงการบริจาคเงินของตนผ่านไลฟ์สด โดยใช้ถ้อยคำในลักษณะว่าบริจาคเพียง 1,000 บาท แต่กลับทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต มองว่าเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสมและมีลักษณะด้อยค่าเงินบริจาค เพราะไม่ว่าจะเป็นเงินจำนวนเท่าใด หากเป็นเงินที่ได้มาโดยสุจริตและผู้บริจาคมีเจตนาดี ก็ควรได้รับการให้เกียรติ ไม่ควรนำมาพูดในลักษณะที่ทำให้เงินบริจาคของผู้อื่นดูด้อยค่า
แม้ภายหลังอาจารย์เบียร์จะกล่าวในทำนองว่าการบริจาคเป็นสิทธิของแต่ละคน และไม่ควรนำเรื่องดังกล่าวมาทำให้เป็นประเด็น แต่ตนเห็นว่าถ้อยคำในช่วงแรกไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่ออาจารย์เบียร์เองก็มีการรับเงินบริจาคเช่นกัน จึงควรระมัดระวังการใช้คำพูดเกี่ยวกับเงินบริจาคของผู้อื่น
ออยศรีกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีของอาจารย์เบียร์ หากในอนาคตมีพยานหลักฐานหรือข้อมูลใดปรากฏขึ้นมา ก็สามารถตรวจสอบได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเวลาว่างไปนั่งขุดคุ้ยเรื่องราวของใคร หากมีประเด็นที่สามารถตรวจสอบได้และมีหลักฐานรองรับ ก็จะนำเสนอข้อเท็จจริงต่อไป
พร้อมย้ำว่า ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่จัดตั้งหรือบริหารมูลนิธิจะต้องมีปัญหาเรื่องการเงิน เพราะบางมูลนิธิอาจดำเนินงานอย่างถูกต้อง โปร่งใส และใช้เงินตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ หากอาจารย์เบียร์มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง ก็สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงและดำเนินการตามสิทธิได้
ส่วนกระแสความคิดเห็นของประชาชนที่เรียกร้องให้ตรวจสอบมูลนิธิหรือบุคคลอื่น ๆ ออยศรีชี้แจงว่า การออกมาดำเนินการในเรื่องนี้ไม่ได้ต้องการเป็นฮีโร่หรือทำหน้าที่ตรวจสอบทุกคน แต่เป็นเพราะเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับตนเองและทำให้ได้รับความเสียหาย จึงต้องออกมาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ส่วนกระแสการตรวจสอบที่เกิดขึ้นเป็นผลจากกระแสข่าวเกี่ยวกับ น.ส.บุ๋ม ปนัดดา และมูลนิธิองค์กรทำดี ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ตนออกมาเปิดเผย
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการพูดถึงมูลนิธิกัน จอมพลัวช่วยสู้ ว่าอาจเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ หลังทนายตั้มตั้งคำถามว่า หากมีข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดเว็บพนัน เหตุใดจึงยังไม่มีการดำเนินการนั้น
ออยศรีระบุว่า การดำเนินการของตนต้องยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่สามารถออกมากล่าวหาหรือพูดถึงบุคคลใดเพียงเพราะมีคนเรียกร้อง หรือเกิดจากความไม่ชอบส่วนตัวได้ โดยกรณีมูลนิธิองค์กรทำดีที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.บุ๋ม ปนัดดา นั้น ตนมีพยานหลักฐานรองรับจึงกล้าเข้าไปดำเนินคดี ทุกอย่างต้องตรวจสอบได้ ไม่ใช่การคาดเดาหรือสันนิษฐานขึ้นมาเอง
ส่วนกรณีที่ทนายตั้มเคยพูดถึงและเปรียบเทียบการทำงานของตน ออยศรีกล่าวว่า สิ่งที่อยากให้เรียนรู้คือการทำงานโดยยึดพยานหลักฐานเป็นหลัก ต้องตรวจสอบให้ได้ว่าหลักฐานที่มีเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึงจริงหรือไม่ ส่วนบุคคลนั้นจะมีความผิดหรือไม่ เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการตรวจสอบ และเป็นอำนาจของศาลในการพิจารณาพิพากษา ไม่ใช่หน้าที่ของตนที่จะไปตัดสินว่าผู้ใดกระทำความผิดแล้ว
ท้ายที่สุด ออยศรียืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีเวลาตรวจสอบหรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับกรณีอาจารย์เบียร์ แต่หากในอนาคตมีพยานหลักฐานปรากฏอย่างชัดเจน ก็พร้อมรวบรวมข้อมูลและนำเสนอข้อเท็จจริงต่อสังคม โดยทุกขั้นตอนต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักฐาน เพื่อไม่ให้เกิดการกล่าวหาหรือสร้างความเสียหายแก่บุคคลอื่นโดยปราศจากข้อมูลรองรับ


