จากกรณีเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 01:50 น. เกิดเหตุอุบัติเหตุชาวต่างชาติขับรถยนต์ SUV พุ่งชนร้านค้า บริเวณลานหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ถนนบางกรวย-ไทรน้อย หมู่ 11 ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ส่งผลให้ร้านค้าได้รับความเสียหาย ได้แก่ ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านพิซซ่า ร้านทาโกะย่าง มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 700,000 บาท โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์คู่กรณี คือรถยนต์ SUV ยี่ห้อ TOYOTA สีขาว ทะเบียน 3 กร 1766 กรุงเทพมหานคร โดยมี MR.Hoang Tan Phat (นายฮวง ตัน ฟาด) อายุ 48 ปี ชาวเวียดนาม เป็นผู้ขับขี่และอยู่ในอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัด ขับรถพุ่งชนอัดเข้ากับร้านค้าบริเวณลานหน้าร้านสะดวกซื้ออย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลล์ที่ สภ.บางบัวทอง ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ถนนบางกรวย-ไทรน้อย หมู่ 11 ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว พบนายพีรพล อัศวเดชวรากุล นายกสมาคมพิทักษ์ภัย (พี่ชายเจ้าของร้านผู้เสียหาย) เปิดเผยว่า คืนเกิดเหตุตนได้รับแจ้งจากพนักงานร้านสะดวกซื้อ จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ แต่ทางผู้ขับขี่ชาวเวียดนามกลับไม่ยอมพูดคุยหรือเจรจา และโทรศัพท์ตามกลุ่มเพื่อนร่วมชาติชาวเวียดนามเดินทางมาสมทบอีกเกือบ 10 คน พร้อมด้วยล่ามแปลภาษา แต่ก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเชิญตัวไปเจรจาต่อที่โรงพัก
เมื่อเดินทางมาถึง สภ.บางบัวทอง มีโทรศัพท์จากคนมีสีโทรเข้ามาหาตนและขอเคลียร์ บอกอยากให้เรื่องจบ แต่ก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจากฝั่งตน และผู้เสียหายรายอื่นๆ ได้เรียกร้องค่าเสียหายรวมประมาณ 700,000 บาท ฝั่งผู้ก่อเหตุไม่ยอมรับผิดชอบ อ้างไม่มีเงิน และยื้อเวลาในการเจรจาออกไปหลายชั่วโมง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของคู่กรณี ผลปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 123 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด พนักงานสอบสวนจึงได้ดำเนินคดีในข้อหาขับรถขณะเมาสุรา ทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และควบคุมตัวส่งศาลจังหวัดนนทบุรี ก่อนคู่กรณีจะประกันตัวออกมาและนัดไกล่เกลี่ยกันเมื่อวานนี้แต่สุดท้ายก็ผิดนัด
ทั้งนี้ พวกตนต้องเตรียมสำรองเงินเพื่อรื้อถอนและซ่อมแซมร้านค้าด้วยตัวเอง เนื่องจากโครงสร้างของร้าน และอุปกรณ์ภายในร้านได้รับความเสียหายจนไม่สามารถเปิดขายได้ตามปกติ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก พร้อมทั้งฝากเตือนภัยและวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งรัดติดตามคดีให้ถึงที่สุด เนื่องจากกลุ่มชาวต่างชาติดังกล่าวแสดงพฤติกรรมไม่เกรงกลัวกฎหมายไทย และไร้ความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น


