xs
xsm
sm
md
lg

"ทีมออยศรี" จี้ฟัน 3 ข้อหาหนัก "บุ๋ม ปนัดดา" ดึง"หนุ่ม กรรชัย-พุทธ" เป็นพยาน จ่อร้อง อนุทิน-ปปง.ตรวจสอบซ้ำ!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - "ทีมออยศรี" ร้องกองปราบเอาผิด 3 ข้อหาหนัก "บุ๋ม ปนัดดา" ฉ้อโกงประชาชน- พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์- ฟอกเงิน เร่งประสาน "หนุ่มกรรชัย-พุทธ อภิวรรณ" เข้าให้ข้อมูลในฐานะพยาน เผยผู้เสียหายรายอื่นแจ้งข้อมูลเข้ามาอีกเพียบ สัปดาห์หน้าเตรียมบุกทำเนียบร้อง นายกฯ อนุทิน -ปปง.ตรวจสอบมูลนิธินำเงินบริจาคไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่?

วันนี้ (30 ต.ค.) ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ความคืบหน้ากรณีน.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเพจออยศรีและผองเผือก พร้อมด้วย นายธนาคาร น้อยพิทักษ์ กรรมการฝ่ายกฎหมายบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด และ นายภูวกร ศรีเนียน ภาคี HETA. จรรยาบรรณองค์กร มูลนิธิ และสื่อ ในฐานะตัวแทนผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ซึ่งมี นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” เป็นประธาน ใช้เงินบริจาคสร้างพูลวิลลา ที่ภูเก็ต 50 ล้านบาท

โดย นายธนาคาร เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นความผิดทางอาญาแผ่นดินที่ไม่สามารถยอมความได้ ทั้งความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการฟอกเงิน ซึ่งกระบวนการต้องไปถึงชั้นอัยการและชั้นศาล ยืนยันว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายแม้จะเป็นดาราดังหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง จากการตรวจสอบพฤติการณ์เบื้องต้น พบข้อมูลว่ามีการนำเงินของมูลนิธิไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว โดยนำไปเปิดพูลวิลล่า จึงตั้งคำถามไปยังมูลนิธิว่า พูลวิลล่าดังกล่าวมีประโยชน์อย่างไรกับประชาชน และอยากให้แกนนำมูลนิธิออกมาชี้แจงให้ชัดเจน

​ทนายวิน กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายติดต่อเข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้มีผู้โอนเงินเข้ามูลนิธิรายหนึ่งจำนวน 20,000 บาท และทนายความชื่อดังทางภาคอีสานอีก 100,000 บาท ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เสียหายรายอื่นแจ้งข้อมูลเข้ามาอีก นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างมูลนิธิที่ จ.ปทุมธานี ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ก่อสร้าง จึงอยากให้คุณบุ๋มออกมาเปิดเผยเพราะเป็นเงินบริจาคของประชาชน ส่วนกรณีที่ "คุณเอ๋" ออกมาระบุในรายการข่าวว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธินั้น ตรวจสอบพบพยานหลักฐานตรงกันว่า คุณเอ๋เป็นเพียงผู้ทำใบเสนอราคา แต่ทางมูลนิธิไม่ได้มีการจ้างงาน จึงถือว่าสัญญาจ้างยังไม่เกิดขึ้น

​ส่วนกรณีที่คุณบุ๋มอ้างว่ายอดเงินดังกล่าวนำไปสร้างบ้าน ไม่ใช่สร้างพูลวิลล่า ทนายวิน ชี้แจงว่า หากนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ของการเปิดรับบริจาคก็ถือเป็นความผิดทันที โดยไม่ต้องพิจารณาประเด็นอื่น และการที่คุณบุ๋มอ้างว่าไม่รู้เห็นเรื่องพูลวิลล่าที่ จ.ภูเก็ต นั้น ขัดแย้งกับหลักฐานภาพถ่ายที่คุณเดชา กิตติวิทยานันท์ นำมาเปิดเผยในรายการข่าว ซึ่งพบว่าคุณบุ๋มเดินทางไปที่ดังกล่าวถึง 2-3 ครั้ง จะปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้ ทั้งนี้ ทางฝั่งคุณออยศรีในฐานะผู้เสียหายได้แจ้งความไว้อย่างถูกต้อง หากทางอีกฝ่ายคิดว่าเป็นการหมิ่นประมาทก็ยินดีให้ฟ้องร้องดำเนินคดีได้ทันที

​สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานหลังจากนี้ ทนายวิน ระบุว่า ในวันจันทร์สัปดาห์หน้า ตนและคุณออยศรีจะเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิองค์กรทำดีว่านำเงินบริจาคไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ จากนั้นในวันอังคาร จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบประเด็นการฟอกเงิน และวันพุธจะไปยื่นเรื่องต่อประธานคณะกรรมาธิการการฟอกเงิน ที่รัฐสภา เพื่อให้ตรวจสอบในทุกช่องทาง

​"เราเพิ่งทราบข้อมูลว่ามีสื่อมวลชนอาวุโสหลายคนนั่งเป็นกรรมการมูลนิธิ จึงขอให้นำพยานหลักฐานมาพิสูจน์กับพนักงานสอบสวนว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการเบิกจ่ายเงินจำนวนมากขนาดนี้ รวมถึงที่ปรึกษาหรือทนายความที่เพิ่งลาออกไป คุณเป็นนักกฎหมายย่อมทราบดีว่า การโอนเงินจำนวนมากโดยไม่มีมติที่ประชุมรับรองเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ หลังจากนี้จะมีการประสานดึงบุคคลภายนอกและผู้บริจาครายใหญ่ เช่น คุณหนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย และคุณพุทธ อภิวรรณ เข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานต่อกองปราบปรามต่อไป" ทนายวิน กล่าวทิ้งท้าย