xs
xsm
sm
md
lg

"ออยศรี" แจ้งความกองปราบ! เอาผิด "บุ๋ม ปนัดดา" ใช้เงินบริจาคสร้างพูลวิลลา 50 ล้าน ลั่นไม่ถอยจนกว่าความจริงปรากฏ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - "ออยศรี"เจ้าของเพจ 'ออยศรีและผองเผือก' พร้อมด้วยทนายความ ร้องกองปราบ!ตรวจสอบเอาผิด "บุ๋ม ปนัดดา" และพวก ใช้เงินบริจาค"มูลนิธิองค์กรทำดี" สร้างพูลวิลลาภูเก็ตมูลค่า 50 ล้าน ลั่นไม่ถอยจนกว่าความจริงจะปรากฏ



วันนี้ (30 ต.ค.) ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 10.00 น. น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเพจออยศรีและผองเผือกพร้อมด้วย นายธนาคาร น้อยพิทักษ์ กรรมการฝ่ายกฎหมายบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด และ นายภูวกร ศรีเนียน ภาคี HETA. จรรยาบรรณองค์กร มูลนิธิ และสื่อ ในฐานะตัวแทนผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อยื่นเรื่องร้องขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานและเส้นทางการเงินทั้งหมดของ“มูลนิธิองค์กรทำดี” ซึ่งมี นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” เป็นประธาน

ออยศรี เปิดเผยว่า การเดินทางมาในวันนี้ไม่ได้มาเพื่อกลั่นแกล้งหรือมีอคติส่วนตัว เนื่องจากตนเองก็เคยเป็นหนึ่งในผู้บริจาคเงินจำนวน 1,000 บาท เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ภายหลังกลับพบข้อสังเกตว่าชื่อบัญชีปลายทางปรากฏข้อความระบุคำว่า “โดย” ตามด้วยชื่อของประธานมูลนิธิ ซึ่งอาจไม่ใช่บัญชีในนามมูลนิธิโดยตรงตามที่เข้าใจ


ออยศรี กล่าวต่อว่า ประเด็นหลักที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คือ การนำเงินบริจาคของประชาชนไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ โดยเฉพาะข้อมูลการก่อสร้างพูลวิลล่าในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงโครงการก่อสร้างมูลค่าสูงถึง 50 ล้านบาท ที่ยังมีความคลุมเครือเรื่องสัญญาจ้างและการคัดเลือกผู้รับเหมา ว่าเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์หรือช่วยเหลือประชาชนจริงหรือไม่ นอกจากนี้ ยังพบพิรุธการโอนเงินออกจากบัญชีครั้งละมากกว่า 500,000 บาทหลายครั้งไปยังบุคคลภายนอก จึงอยากให้ตรวจสอบว่าผ่านมติเห็นชอบจากคณะกรรมการมูลนิธิถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่

ออยศรี กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ นางสาวปนัดดา ระบุว่าอาจมีการปลอมแปลงเอกสารหรือโดยตัวคุณบุ๋ม เองไม่มีส่วนรู้เห็นนั้นมองว่า ในฐานะประธานมูลนิธิและผู้บริหารขับเคลื่อนองค์กรมาโดยตลอด ควรมีหน้าที่กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด หากมีเอกสารปลอมจริงก็ควรนำพยานหลักฐานออกมาหักล้าง พร้อมยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหากอีกฝ่ายจะดำเนินคดีกลับ เพื่อให้ความจริงปรากฏต่อหน้าพนักงานสอบสวน

ส่วนกรณีการประกาศยุติการดำเนินงานของมูลนิธิชั่วคราว ออยศรีมองว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสมในระหว่างการตรวจสอบ แต่ควรระงับการเปิดรับบริจาคผ่านบัญชีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทันที เพื่อป้องกันความสับสนของประชาชน พร้อมกันนี้ยังฝากทิ้งท้ายถึงประเด็นปริศนาบุคคลที่ถูกเรียกว่า “Last Boss” ตัวจริง โดยระบุว่าอยากให้สังคมติดตามพฤติการณ์และความเชื่อมโยงต่างๆ ต่อไป ซึ่งคงต้องรอให้ทาง ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ออกมาเฉลยข้อเท็จจริงเพื่อให้ภาพทั้งหมดกระจ่างชัดเจนยิ่งขึ้น

"จะไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าบุ๋ม ปนัดดา เอาความรักความเชื่อใจของพี่น้องประชาชนมาหาผลประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่?" ออยศรี กล่าว