ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวบผู้ต้องหา 5 ราย ทั้งบัญชีม้า-ผู้ควบคุมบัญชีม้า หลอกเหยื่อโอนเงินกว่า 1.96 ล้านบาท ก่อนนำเงินไปซื้อทองคำแท่งกว่า 22 บาท ถอนเงินสดส่งต่อเครือข่าย ล่าสุดรวบเพิ่มคาห้างที่กำแพงเพชร ยึดเงินสด 7.2 แสนบาท เร่งขยายผลล่าผู้บงการ
วันนี้ (30 ต.ค.) พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตำรวจไซเบอร์จาก บก.สอท.4 และ บก.สอท.3 ร่วมกันสืบสวนและจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังพบพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนให้โอนเงิน ก่อนจัดคนเฝ้าติดตามบัญชีม้าเพื่อถอนเงินสดออกจากระบบธนาคาร และนำไปแปรสภาพเป็นทรัพย์สินเพื่อส่งต่อให้เครือข่าย
คดีนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายถูกคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ส่งข้อความแจ้งว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนหม้อมิเตอร์ไฟฟ้า พร้อมเสนอคืนเงินประกันหม้อไฟฟ้าเก่า ผู้เสียหายหลงเชื่อทำตามขั้นตอนที่คนร้ายกำหนด จนถูกหลอกให้โอนเงินออกจากบัญชีรวมทั้งสิ้น 1,965,400 บาท
หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเส้นทางการเงิน พบว่าเงินของผู้เสียหายถูกโอนกระจายไปยังบัญชีธนาคาร 2 บัญชี ได้แก่ บัญชีชื่อนายโนด จำนวน 1,495,700 บาท และบัญชีชื่อนายจิรพล จำนวน 469,700 บาท
จากการสืบสวนพบว่า นายโนดนำเงินกว่า 1.4 ล้านบาท ไปซื้อทองคำแท่งน้ำหนักกว่า 22 บาท ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านถนนบางนา-ตราด โดยมีนายวัชระทำหน้าที่ติดตามประกบและคอยสั่งการอยู่ใกล้ชิด ขณะที่นายจิรพลนำเงินไปถอนจากธนาคารแห่งหนึ่งในย่านบางนา โดยมีนายบุญธรรมคอยติดตามควบคุมการดำเนินการ
ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง ก่อนวางแผนเข้าจับกุมเครือข่ายดังกล่าว กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 5 ราย ประกอบด้วย
1. นายโนด อายุ 42 ปี ทำหน้าที่บัญชีม้าและนำเงินไปซื้อทองคำแท่ง จับกุมได้ที่บ้านพักคนงานย่านสุขาภิบาล 5 กรุงเทพมหานคร
2. นายจิรพล อายุ 34 ปี ทำหน้าที่บัญชีม้าและถอนเงินสด จับกุมได้ที่ห้องพักย่านบ่อนไก่ กรุงเทพมหานคร
3. นายวัชระ อายุ 35 ปี ทำหน้าที่ผู้ควบคุมบัญชีม้า จับกุมได้ที่ชุมชนย่านตลาดไท กรุงเทพมหานคร
4. นายบุญธรรม อายุ 44 ปี ทำหน้าที่ผู้ควบคุมบัญชีม้า ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามสะกดรอยตั้งแต่พื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร
5. นางลัดดาวัลย์ อายุ 45 ปี ทำหน้าที่บัญชีม้า ถูกจับกุมพร้อมนายบุญธรรม ขณะนัดหมายกันเพื่อรอรับเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกโอนเข้าบัญชี
โดยการจับกุมสองรายสุดท้าย เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์จนพบว่านายบุญธรรมได้นัดหมายกับนางลัดดาวัลย์ ซึ่งกำลังนั่งรอเงินจากเหยื่อ เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชี ทั้งสองจึงพากันไปถอนเงินสดจากธนาคารภายในห้างสรรพสินค้า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมตรวจยึดเงินสดของกลางจำนวน 720,000 บาท และสมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม
จากการสอบถามเบื้องต้น นางลัดดาวัลย์ให้การอ้างว่า เนื่องจากมีปัญหาด้านการเงิน จึงค้นหางานผ่านเฟซบุ๊ก กระทั่งพบเพจที่ประกาศรับสมัครงานเสริมและเสนอค่าตอบแทนสูง จึงติดต่อสมัครงาน โดยทางเพจแจ้งให้ใช้บัญชีธนาคารของตนรับเงินจากลูกค้าที่ซื้อขายเสื้อผ้า
เมื่อมีการแจ้งว่าลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีแล้ว จะต้องไปถอนเงินสดและนำไปส่งมอบให้บุคคลที่ทางเพจจัดส่งมาติดตามประกบ โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 5,000 บาท ทั้งนี้ เจ้าตัวอ้างว่าเพิ่งทราบว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้จากการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมื่อถูกตำรวจเข้าจับกุม
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาตามพฤติการณ์ความผิด ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อกิจการของตน หรือยินยอมให้ใช้หมายเลขโทรศัพท์เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะนี้ตำรวจไซเบอร์อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และติดตามจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเฉพาะกลุ่มผู้รับผลประโยชน์และผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเครือข่าย เพื่อดำเนินคดีและตัดวงจรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อไป


