xs
xsm
sm
md
lg

บุกจับ “เจ๊หลิน” สาวจีนใช้นอมินีทำวิลล่าหรู 50 ล้าน ผงะพัวพันบัญชีม้า 9 คดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ตม.ภูเก็ต บุกจับ "เจ๊หลิน" สาวจีน ใช้นอมินีทำธุรกิจวิลล่าหรู 50 ล้าน พบเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้าน พัวพันบัญชีม้า 9 คดี สั่งถอนวีซ่าทันที

วันนี้ (29 ต.ค.) พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษกกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 เปิดเผยว่า ตม.จว.ภูเก็ต สนธิกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด ในพื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ก่อนจับกุม นางหลิน สัญชาติจีน ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ในข้อหาร่วมกันประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต และยินยอมให้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทน หรือ “นอมินี” หลังพบพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้าเพื่อดำเนินธุรกิจวิลล่าหรู มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังพบความเชื่อมโยงบัญชีม้าในคดีฉ้อโกงออนไลน์ 9 คดี และเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารอื่นอีกกว่า 100 ล้านบาท


การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่สั่งการให้ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเข้มงวดกวดขันบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 ได้มอบหมายให้ ตม.จว.ภูเก็ต สืบสวนและขยายผลหลังได้รับเรื่องร้องเรียนทางอีเมลว่า มีชาวจีนลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย และใช้คนไทยถือหุ้นแทนในการจัดตั้งบริษัทบังหน้า


จากการสืบสวนพบว่า นางหลินมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการในบริษัท 2 แห่ง ซึ่งมีลักษณะเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินี โดยหญิงไทยที่ร่วมถือหุ้นให้การว่า ตนเป็นเพียงผู้ถือหุ้นแทน ขณะที่นางหลินเป็นผู้ลงทุนและควบคุมการบริหารธุรกิจทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว เจ้าหน้าที่จึงนำหมายค้นศาลจังหวัดภูเก็ตเข้าตรวจค้น 2 จุด ในพื้นที่ ต.ราไวย์ ก่อนจับกุมเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569

นอกจากการตรวจพบวิลล่าหรูมูลค่ากว่า 50 ล้านบาทแล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบว่า บัญชีธนาคารของนางหลินถูกระงับ เนื่องจากเชื่อมโยงกับ Case ID บัญชีม้าในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์และฉ้อโกงออนไลน์รวม 9 คดี ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งคดีหลอกลงทุน หลอกทำงานพิเศษ และหลอกเทรดหุ้น นอกจากนี้ ยังพบเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารอื่นอีกกว่า 100 ล้านบาท


ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้อนุมัติเพิกถอนวีซ่าของนางหลินแล้ว พร้อมเดินหน้าตรวจสอบขยายผลเส้นทางการเงินและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

โฆษก บก.ตม.6 ระบุเพิ่มเติมว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพื้นที่ โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้สนับสนุนการสืบสวน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้เจ้าบ้านและเจ้าของโรงแรมแจ้งการเข้าพักของคนต่างด้าวตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามตรวจสอบบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย รวมถึงผู้มีหมายจับและผู้ที่อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต