MGR Online - ดีเอสไอ จับกุมช่างซ่อมมือถือ จ.บุรีรัมย์ เครือข่าย VIP Group เผยแพร่สื่อลามกอนาจาร พบคลิปวิดีโอกว่า 100,000 คลิป สมาชิกร่วม 20,000 คน
วันนี้ (29 ต.ค.) เวลา 14.30 น. ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมแถลงขยายผลคดีเครือข่ายเผยแพร่และจำหน่ายสื่อลามกอนาจารผ่านเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน Telegram ซึ่งมีสมาชิกกว่า 20,000 ราย และพบคลิปวิดีโอกว่า 100,000 คลิป หลังสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับคดีพิเศษที่ 37/2567 นำไปสู่การจับกุม นายภูวนัติ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาเพิ่มเติมใน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 6273/2569 พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายการ เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลและขยายผลถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเร่งดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของผู้เสียหาย
ร.ต.อ.เขมชาติ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้มาจากการขยายผลการสืบสวนสอบสวน กรณี การเผยแพร่ภาพถ่ายและวิดีโอในลักษณะลามกอนาจารผ่านเว็บไซต์ www.asianclip.xyz และแอปพลิเคชัน Telegram ชื่อ “Asianclip” (คดีพิเศษที่ 37/2567) พบว่ามีการเผยแพร่และจำหน่ายสื่อลามกอนาจาร โดยแบ่งประเภทเนื้อหาและเรียกเก็บค่าสมาชิกเดือนละ 300 - 1,000 บาท มีสมาชิกกว่า 20,000 ราย และพบคลิปวิดีโอกว่า 100,000 คลิป ส่วนใหญ่ผู้เสียหายเป็นเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวนมาก นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่ปรากฏในภาพและคลิปโดยไม่ได้รับความยินยอม ส่งผลให้ผู้เสียหายได้รับความอับอายและถูกคุกคาม จนหมดอนาคตได้
ร.ต.อ.เขมชาติ เผยว่า ล่าสุด วันที่ 28 ต.ค. เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมนายภูวนัต (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี (อาชีพช่างซ่อมมือถือ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา พร้อมตรวจค้นร้านรับซ่อมโทรศัพท์มือถือและบ้านพักในพื้นที่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ความผิดฐานเพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไป หรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา”
ร.ต.อ.เขมชาติ เผยอีกว่า จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบภาพที่มีลักษณะลามกอนาจารของเด็กและผู้ใหญ่จำนวนมากภายในคอมพิวเตอร์ รวมถึงโฟลเดอร์ที่จัดแยกตามชื่อผู้เสียหายมากกว่า 10 โฟลเดอร์ โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อมูลการส่งต่อ เผยแพร่ และจำหน่ายภาพผ่านกลุ่ม VIP Group ซึ่งมีเครือข่ายเชื่อมโยงในหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องไว้เป็นพยานหลักฐาน รวม 15 รายการ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 10 เครื่อง แท็บเล็ต จำนวน 1 เครื่อง ฮาร์ดดิสก์ภายนอก จำนวน 1 เครื่อง เมมโมรีการ์ด จำนวน 1 ชิ้น แฟลชไดรฟ์ จำนวน 1 ชิ้น โดยอุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเส้นทางการติดต่อสื่อสาร การจัดเก็บและส่งต่อไฟล์ตลอดจน พิจารณาความเชื่อมโยงกับบุคคลหรือการกระทำความผิดอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นการเข้าถึงข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือของลูกค้าที่นำมาซ่อม
“ทั้งนี้ สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายร้องทุกข์ ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.65 มีบุคคลใช้บัญชี Instagram ติดต่อให้ถ่ายภาพและคลิปลามกอนาจาร โดยเสนอค่าตอบแทนเบื้องต้น 5,000 บาท หากได้รับเลือกให้ทำงานประจำจะได้ค่าตอบแทน 50,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อและส่งคลิปวิดีโอให้ ก่อนพบว่าบุคคลดังกล่าวได้นำคลิปไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอม อีกทั้งมีพฤติการณ์ใช้ถ้อยคำคุกคามทางเพศและข่มขู่”
ร.ต.อ.เขมชาติ เผยว่า ต่อมา วันที่ 27 พ.ย.67 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ 3 จังหวัด กระทั่งวันที่ 3 ม.ค.68 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งสำนวนต่ออัยการคดีพิเศษ และผลคำพิพากษาของศาลอาญา ดังนี้ 1.นายธัชพล (สงวนนามสกุล) จับกุมที่ จ.กาญจนบุรี เป็นผู้ดูแลเว็บไซต์และกลุ่ม Telegram โดยผลคดีอยู่ระหว่างรอคำพิพากษา 2.นายทรงวุฒิ (สงวนนามสกุล) จับกุมที่ จ.ราชบุรี ในความผิดฐานยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้ใช้เพื่อตนเองหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง ศาลมีคำพิพากษา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ และริบของกลางทั้งหมด และ 3.นายธนากร (สงวนนามสกุล) จับกุมที่ จ.ตรัง มีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายให้แสดงพฤติกรรมลามก ก่อนบันทึกภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ หรือจำหน่าย โดยศาลมีคำพิพากษา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ และริบของกลางทั้งหมด โดยทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกันและอยู่ระหว่างขยายผลขบวนการ
อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอมีการสืบสวนอย่างต่อเนื่องและคดีพิเศษที่ 65/2568 เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึง นายภูวนัต (สงวนนามสกุล) กับพฤติการณ์เผยแพร่ภาพและคลิปผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ก่อนจับกุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้าน นายปิยะศิริ ระบุว่า กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะขยายผลเพื่อระบุตัวเด็กและบุคคลที่อาจตกเป็นผู้เสียหาย ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐานทางดิจิทัล และสืบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้อง ทุกระดับตามกฎหมาย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และคุ้มครองผู้เสียหาย โดยคำนึงถึงสิทธิ ความปลอดภัย และประโยชน์สูงสุดของเด็ก ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชน ไม่เผยแพร่ ส่งต่อ หรือจัดเก็บภาพและคลิปที่อาจเป็นสื่อลามกอนาจารเด็ก รวมถึงไม่เปิดเผยชื่อ ข้อมูลส่วนบุคคล หรือรายละเอียดที่อาจระบุตัวผู้เสียหาย เพื่อป้องกันผลกระทบซ้ำ พร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการป้องกันและปราบปรามการแสวงหาประโยชน์จากเด็กผ่านสื่อดิจิทัลอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ


