xs
xsm
sm
md
lg

รวบ “เดวิด” สแกมเมอร์สวีเดน ใช้โปรแกรม AnyDesk ดูดเงินเหยื่อ สวมรอยตำรวจฮุบปืน 9 กระบอก เสียหายกว่า 20 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ตม.6 รวบ “เดวิด” สแกมเมอร์สวีเดน หนีหมายจับทางการสวีเดน ซุกเกาะสมุย ใช้โปรแกรม AnyDesk ดูดเงินเหยื่อ สวมรอยตำรวจฮุบปืน 9 กระบอก เสียหายกว่า 20 ล้านบาท

วันนี้ (26 ต.ค.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ให้เร่งปราบปรามชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย โดยมอบหมายให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 6 (ตม.6) บูรณาการกำลังร่วมกับ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ตม.จว.ตรัง และตำรวจไซเบอร์ บก.สอท.5 ติดตามจับกุม “นายเดวิด” ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการสวีเดน ซึ่งหลบหนีมากบดานบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี


พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลกับตำรวจสวีเดน พบผู้ต้องหารายนี้ร่วมกับพวกก่อเหตุฉ้อโกงทางเทคโนโลยีเป็นขบวนการในช่วงต้นปี 2569 สร้างความเสียหายกว่า 6 ล้านโครนาสวีเดน หรือมากกว่า 20 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนติดตามตัว ก่อนเข้าจับกุมได้ในพื้นที่เกาะสมุย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา

พฤติการณ์ของขบวนการดังกล่าว ใช้กลอุบายหลอกเหยื่อชาวสวีเดน ทั้งบุคคลทั่วไป บริษัท และครอบครัว โดยอ้างว่าบัญชีธนาคารมีความผิดปกติ ก่อนหลอกให้ติดตั้งโปรแกรม AnyDesk ซึ่งสามารถควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกล จากนั้นเข้าถึงบัญชีส่วนตัวและบัญชีบริษัท แอบอ้างขอกู้เงินและโอนเงินออกจากบัญชี

เงินที่ได้จากการฉ้อโกงถูกนำไปซื้อสินค้าราคาแพงเพื่อฟอกเงิน อาทิ นาฬิกา Rolex รุ่น Daytona และ Submariner โทรศัพท์ iPhone 17 Pro Max คอมพิวเตอร์ MacBook และทองคำแท่งจำนวนมาก

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังถูกกล่าวหาว่าร่วมขบวนการแอบอ้างเป็นตำรวจ หลอกให้เหยื่อส่งมอบอาวุธปืนโดยอ้างว่าจำเป็นต้องอายัดไว้เพื่อความปลอดภัย ทำให้ได้ปืนไปถึง 9 กระบอก ก่อนนำไปซุกซ่อนตามสถานที่สาธารณะ ทั้งในรถยนต์ที่ไม่ได้ล็อกและโยนทิ้งไว้ตามคูน้ำ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรม


จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลัง พบว่า นายเดวิด มีประวัติคดีในสวีเดนตั้งแต่ปี 2556 ทั้งคดีฟอกเงิน ยาเสพติดและสารกระตุ้น คดีทำร้ายร่างกาย รวมถึงคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนและมีด โดยเคยถูกศาลพิพากษาจำคุก 10 เดือน ต่อมาทางการสวีเดนออกหมายจับในคดีฉ้อโกงและอาวุธปืน พร้อมเพิกถอนหนังสือเดินทาง หลังพบว่าผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศ

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมประสานสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนและตำรวจสากล เพื่อดำเนินการส่งตัวกลับไปดำเนินคดีในประเทศสวีเดนต่อไป

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จในการจับกุมครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยเฉพาะระบบตรวจสอบที่พักอาศัยตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง การรับแจ้งเบาะแสจากประชาชน และมาตรการกวดขันจับกุมคนต่างด้าวที่อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) รวมถึงผู้ต้องหาตามหมายจับระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว