xs
xsm
sm
md
lg

เปิดมุมคิด-เจาะนโยบาย "ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว" เจ้าของฉายา "ยมทูตฝั่งธน"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ในวันตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร.เป็นประธานพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ แก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานดีเด่นในแต่ละสายงาน ตั้งแต่ระดับ ผกก.-ผบ.หมู่ ประจำปี 2569 โดย บช.น.ได้คัดเลือก พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม รับรางวัลเป็นข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานในสายงาน ป้องกันปราบปรามดีเด่น และเป็นข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานในสายงาน สืบสวนดีเด่น รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ประจำปี 2569 ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

ในส่วนของระดับ ผกก.พิจารณาจากความเป็นผู้นำในด้านงานป้องกันปราบปราม (ป.) การครองตนครองคนครองงาน การควบคุมอาชญากรรม อาทิ งานสายตรวจ การระงับเหตุ การป้องกันเหตุ การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน การเข้าจัดการบุคคลคลุ้มคลั่ง การประชาสัมพันธ์ป้องกันเหตุต่างๆ งานมวลชนสัมพันธ์ การจัดการกลุ่มบุคคลที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดเหตุ เป็นที่ประจักษ์ว่า สน.เพชรเกษม ภายใต้ พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สามารถปฏิบัติตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาได้เป็นอย่างดี


พ.ต.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า การจัดการงานสายตรวจเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าสายตรวจเข้มแข็งจะบ่งบอกถึงประสิทธิภาพของโรงพักนั้นๆ แล้วจะช่วยแบ่งเบาภาระงานสายอื่น คดีไม่เกิดพนักงานสอบสวนไม่ต้องรับคดี ฝ่ายสืบสวนไม่ต้องตามจับคนร้าย ที่สำคัญประชาชนมีความสุข บทบาทของตนในฐานะ ผกก.คือการปล่อยแถวสายตรวจ การตรวจความพร้อมสายตรวจ ให้มีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ รถลาม้าช้าง อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะเข้าไปเผชิญเหตุ เป็นอีกสิ่งที่ได้รับการพิจารณา

รางวัลไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่า เราทำงานประสบความสำเร็จหรือไม่อย่างไร หากเราได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ เราก็ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ของการเป็นตำรวจ รางวัลไม่ได้เกิดจากตนทำงานคนเดียว ย้ำกับผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงานตลอดว่า ตนจะไปคนเดียวก็ไปได้ แต่ถ้าทุกคนไปกับตนด้วยจะไปได้ไกล และถึงจุดหมายอย่างรวดเร็ว การบริหารโรงพักต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และภาคประชาชน ในการร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย

"สิ่งเลวร้ายในอาชีพตำรวจมีเยอะ ใครจะมองว่าเราผักชีโรยหน้าไม่เป็นไร เราโรยทุกวันข้างล่างก็เป็นผักชี องค์กรเรามีแต่ภาพลบเพราะถูกส่องเยอะ ทุกองค์กรมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ตำรวจไม่ดีมีไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อว่ามีตำรวจที่ดีและตั้งใจทำงานอีกเยอะมาก ที่เรายังอยู่ได้เพราะองค์กรเรา มีคนดีมากกว่าคนไม่ดี องค์กรตำรวจมีความโปร่งใสสูงมาก ถ้าเปรียบเทียบกับหลายๆ องค์กรที่ยังไม่ถูกส่อง ฉะนั้นเราต้องดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนให้ดีที่สุด เป็นอาชีพที่สามารถช่วยเหลือคน และทำดีได้ทุกวัน"


สำหรับประวัติ พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว เป็นชาวนครศรีธรรมราช จบ นรต.รุ่น 53 ลงตำแหน่ง พนักงานสอบสวน รอง สวป.และ รอง สว.สส.สน.บางขุนเทียน ระหว่างนั้นไปช่วยราชการที่ สน.หลักสอง สน.ท่าข้าม กก.สส.บก.น.9 เป็นนายเวร ผบก.น.9 (พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร) รอง สว.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ ระหว่างนั้นไปช่วยราชการที่ สน.บางมด สน.บุคคโล สน.สำเหร่ ขึ้น สว.สส.สน.บุปผาราม ต่อด้วย รอง ผกก.สส.สน.บุปผาราม ย้ายไป รอง ผกก.(สอบสวน) หน.งาน สน.สมเด็จเจ้าพระยา ระหว่างนั้นไปปฏิบัติหน้าที่ หน.สนง.ผบก.จร.และรอง ผบช.น.(พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์) ติดยศ พ.ต.อ.ตำแหน่ง ผกก.ฝ่ายตรวจสอบสำนวนคดีฎีกา โยกมา ผกก.ฝอ.5 บก.อก.บช.น.และ ผกก.สน.เพชรเกษม

นอกจากนี้ จบ ป.ตรี นิติศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ป.โท อาชญาวิทยา และงานยุติธรรม ม.มหิดล ป.เอก รัฐประศาสนศาสตร์ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย และเนติบัณฑิตไทย มีผลงานมากมาย อาทิ ได้รับรางวัลชนะเลิศ การจับกุมอาวุธปืนและกระสุนปืน ของ บก.น.9 ปี 2569, การจับกุมตามหมายจับ ของ บก.น.9 ปี 2569, รางวัลอันดับ 1 ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดดีเด่น ของ กทม.ปี 2567 และ 2569, เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นด้านการสืบสวน กรณีได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมเครือข่ายแก๊งลักรถจักรยานยนต์ฯ ของ บช.น.ปี 2569, ได้รับเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็น ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ปี 2566 และอันล่าสุดที่รับกับ ผบ.ตร.


ผู้กำกับโมทย์ กล่าวว่า เมื่อมารับตำแหน่ง ผกก.สน.เพชรเกษม ได้ปรับงานทั้ง 5 สายงาน 1. ป้องกันปราบปราม เหตุต้องไม่เกิด หรือเกิดน้อยที่สุด ไปที่เกิดเหตุให้เร็ว ควบคุมเหตุให้ได้ หรือบานปลายน้อยที่สุด 2. งานสืบสวน สืบก่อนเกิดเหตุเป็นข้อมูล จับคนร้ายให้ได้ 100% สนับสนุนงาน ป.ควบคุมคนร้ายให้ได้ 3. งานสอบสวน เป็นหนังหน้าไฟโรงพัก ตนไม่แทรกแซงในการบริหารจัดการคดี แต่ถ้ามีปัญหาพร้อมช่วยเหลือให้งานเดินต่อไปได้ 4. งานจราจร ทำให้การจราจรติดขัดน้อยที่สุด จุดไหนมีปัญหาตำรวจลงไปแก้ไข ป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน 5. งานอำนวยการ เป็นสมองของโรงพัก ขับเคลื่อนงานหนังสือให้ Flow ห้ามหยุดชะงัก ห้ามดองงาน

ตนได้พัฒนาศูนย์ปฏิบัติการ CCOC ใช้เทคโนโลยีและระบบกล้องวงจรปิด เพื่อสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมแบบเรียลไทม์ของ ตร.และ กทม. ปรับปรุงอาคารศูนย์รับแจ้งความ และส่วนอื่นๆ ในโรงพัก รวมถึงสนับสนุนสวัสดิการ งบประมาณ น้ำมันรถสายตรวจ อุปกรณ์ต่างๆ ตลอด 4 ปี ไม่เคยให้ลูกน้องจ่ายเอง ตนมีหน้าที่จัดหาให้ทั้งหมด มีโครงการเบิกปุ๊บจ่ายปั๊บ ลบภาพเดิมๆ ที่ตำรวจขาดโน้นขาดนี่ อีกทั้งตั้งรางวัลพาคนคลุ้มคลั่งเข้าบำบัดตนให้เลย 1,000 บาท

"ผมโคตรคุ้มเลย 1. สายตรวจไม่ต้องระงับเหตุซ้ำ 2. เขาไม่ไปก่อเหตุที่อื่น สายสืบไม่ต้องตามจับ 3. พนักงานสอบสวนไม่ต้องทำคดี 4. พ่อแม่นอนหลับ และลูกได้อยู่ในที่ปลอดภัย 4 อย่างนี้ ยังไม่เท่ากับความสงบสุขของชาวบ้าน ผมทำมา 4 ปี จนพื้นที่สงบแล้วทำต่อไป คนเหล่านี้มีพฤติกรรมก้าวร้าวเอาไว้ในชุมชนไม่ได้ เราตัดปัญหาตั้งแต่ต้นเพราะคือปัญหาสังคม ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ปัญหา ตำรวจเป็นเพียงปลายเหตุ ครอบครัวเองเริ่มเห็นลูกใช้ยา เริ่มหวาดระแวง รีบพาไปรักษา"


หัวหน้าโรงพักเพชรเกษม กล่าวต่อว่า นโยบายของตนคือ ปรับหน้างานก่อนแล้วมาปรับคน จากนั้นปรับคนให้เข้ากับงาน คราวนี้ดูว่าลูกน้องต้องการอะไร ความเป็นอยู่ที่ดี สวัสดิการ ผู้บังคับบัญชาที่เป็นแบบอย่างได้ ตนให้ความสำคัญและย้ำกับลูกน้องเสมอ เป็นตำรวจมือขวาถือกฎหมาย มือซ้ายถือปืน ตำรวจต้องแม่นกฎหมายควบคู่กับยุทธวิธี ยุคนี้ประชาชนหาข้อมูลได้ง่ายแล้วพร้อมจะลองภูมิตำรวจ อีกทั้งไม่กลัวตำรวจกลับวิ่งเข้าป่วนด่าน ถ้าตำรวจยึด 2 สิ่งนี้ได้ เชื่อว่าองค์กรตำรวจเราจะดี

ถ้าถามว่า สน.เพชรเกษม ในยุคของตนเป็นอย่างไร หลักการทำงานแต่ละคนไม่เหมือนกัน สิ่งที่ตนต้องการคือ เป็นที่ยอมรับของประชาชน สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์ตำรวจ ตำแหน่งอยู่กับเราไม่นาน ตนต้องสร้างตำนานในตำแหน่งที่ตนอยู่ อย่างน้อยๆ 4 ปี ทำทุกวันให้สมบูรณ์เพราะย้อนเวลาไม่ได้ แล้วจะไม่พูดว่า ถ้าตอนนั้นผมอยู่นะ ขับเคลื่อนงานตามปกติไม่มีมอดสักวัน เช้าปล่อยแถว ลงไปควบคุมคดี บริหารโรงพัก ปรับปรุงโรงพัก ดูแลลูกน้อง แล้วจะไม่เสียดายเลยกับสิ่งที่ทำอยู่ทุกวัน

ที่มาฉายา ยมทูตฝั่งธน ตนผิวเข้ม ตัวใหญ่ ดุดัน ตอนนั้นทำหน้าที่งาน ป.สน.บางขุนเทียน เข้าตีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวมั่วสุมยามวิกาล เพื่อให้พื้นที่สะอาดป้องกันอาชญากรรม เมื่อเด็กเห็นตนก็พูดว่า "พ่อมึงมา ไอ้ดำมา ยมทูตมา" สอบถามทำอะไรอยู่ที่นี่ ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอจะนำตัวมาโรงพัก ถ่ายรูปทำประวัติเชิญผู้ปกครองมารับพร้อมทำ MOU ตักเตือนลูกหลาน ได้ผลเป็นอย่างดีเด็กไม่กระทำผิดซ้ำ เป็นการทำงานแบบปะฉะดะ เด็กเห็นตนกลัววิ่งหนีทันที ได้นำมาใช้ที่ สน.เพชรเกษม เช่นกัน


ยมทูตฝั่งธน เล่าถึงคดีประทับใจและไม่เคยลืมว่า ย้อนไปเมื่อปี 2550 คดี นายสุนทร วงศ์ดาว อดีตนักแม่นปืน ก่อเหตุยิงพี่สาวภรรยาและพ่อตา แล้วหลบหนีไปยังบ้านที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ตำรวจ สน.บางขุนเทียน เข้าปิดล้อม ก่อนยิงตัวเองเสียชีวิต โดยยิงหน้าอก 4 นัด หัว 1 นัด ภายหลังชันสูตรพลิกศพแพทย์ลงความเห็นว่า เป็นการ ฆาตกรรม จากฝีมือตำรวจ ทำให้ตำรวจเสียหาย และได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง สุดท้ายศาลตัดสินว่าเป็นการ ฆ่าตัวตาย

"ตอนนั้นเป็นข่าวดังมาก ทุกคนคิดว่าตำรวจฆ่า ทุกคนด่าตำรวจ แผลที่หน้าอก 4 นัด ไม่ได้ตัดขั้วหัวใจ เขาเลยไม่ตายในทันที จึงยิงหัวได้อีก 1 นัด เราไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปยิงเขา จริงแล้วคนที่รู้ดีที่สุด ก็คือตำรวจในที่เกิดเหตุ กับชาวบ้านที่อยู่แถวๆ นั้น เราไม่ได้เข้าไปข้างในด้วยซ้ำ เพราะเขาปิดล็อกเอาไว้ ภายหลังพบจดหมายสั่งเสีย ผมประทับใจเพราะเป็นการต่อสู่เพื่อพิสูจน์ความจริง และเรียกความเชื่อมั่นให้องค์กรตำรวจ"