วันที่ 26 ตุลาคม 69 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.นวลจันทร์ หรืออาจารย์แดง ปัทพงศ์อายุ 69 ปี อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กรุงเทพ ซึ่งพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.พิมลราชอ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังนกสุดที่รักสายพันธุ์แอฟริกันเกรย์ หลุดบินออกจากบ้านหายไปเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 68 แต่ก็มีน้องพลเมืองดีทำงานอยู่ร้านกาแฟ เจอนกของตนเองและไปลงในเพจตามหาเจ้าของ แต่กลับมีสองผัวเมีย มาอ้างเป็นเจ้าของนก และมารับนกไปก่อนหน้าที่ตนจะติดต่อไปที่น้องพลเมืองดีเสียก่อน
อาจารย์แดง เปิดเผย ด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ตนเลี้ยงนกไว้ 2 ตัว ตัวที่หายไปชื่อ "พอฟัด" เพศผู้ อายุ 10 ปี 4 เดือน เป็นนกสายพันธุ์แอฟริกันเกรย์ ส่วนอีกตัวชื่อ "โอ๊โอ๋" เป็นนกสายพันธุ์อิเล็คตัส เพศเมีย อายุ 18 ปี โดยช่วงเช้าของวันที่ 13 ธันวาคม 68 ตนได้เปิดประตูบ้านออกมาบริเวณโรงจอดรถโดยปิดประตูไม่สนิท ทำให้เจ้าพอฟัด บินทะลุช่องประตูหายไปในท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ตอนนั้นตนรู้สึกตกใจมากทำอะไรไม่ถูก ช๊อคไปชั่วขณะ
ตนทำแผ่นป้ายไวนิล จำนวน 3,000 แผ่น โดยมีรูปเจ้าพอฟัด แจ้งรายละเอียดลักษณะรูปพรรณสัณฐานและให้รางวัล 20,000 บาท (ตอนนี้เพิ่มเงินรางวัลเป็น 100,000 บาท) ให้หลานชายตระเวนขับไปติดตามเสาไฟฟ้า-แหล่งชุมชน เพื่อหวังว่าจะมี พลเมืองดีเห็นเจ้าพอฟัด นกสุดที่รักของตนและนำมาคืน ก็จะมอบเงินรางวัลเป็นสินน้ำใจให้ทันที ทุกวันนี้ผ่านไปจะ 10 เดือนแล้วก็ยังไม่ได้นกกลับคืนมาเลย
ต่อมาตนพบเพจ "คนรักปากเกร็ด" ลง ข้อความว่า มีน้องผู้หญิงชื่อ "น้องแป๋ม" ทำงานอยู่ร้านกาแฟ และพบนกของตนเอง เมื่อช่วงเวลาค่ำ ขณะเกาะอยู่บนต้นมะม่วงภายในวัดใหญ่สว่างอารมณ์ อำเภอปากเกร็ด โดยน้องแป๊มได้ลงข้อความประกาศหาเจ้าของนก ในเพจคนรักปากเกร็ด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 68 หลังนกหายไปเพียงแค่คืนเดียว ตนจึงรีบทักไปที่น้องแป๊ม แต่ปรากฏว่าได้รับแจ้งจากทางน้องแป๊มว่า มีสองผัวเมียขับรถเก๋ง honda civic สีเทา มาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของพอฟัดและขอรับนกของตนไปจากน้องแป๋มแล้วในคืนวันเดียวกัน โดยนำกรงสุนัขมาใส่และเอารูปภาพนกแก้วสายพันธุ์แอฟริกันเกรย์ ซึ่งนกสายพันธุ์นี้จะมีสีเทาทุกตัว มาให้น้องแป๋มดูและบอกว่าเป็นเจ้าของจะมาขอรับนกคืน ทางน้องแป๋มจึงได้มอบนกให้กับสองผัวเมียคู่นี้ไปแบบไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไร แต่ด้วยเป็นคนทำงานหาเจ้ากินค่ำ ไม่สามารถเลี้ยงนกได้เพราะพักอยู่ในคอนโดเลยมอบนกให้ไปในคืนนั้น
หลังจากนั้นตนจึงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จนกระทั่งสืบทราบจากทะเบียนรถและติดต่อไปที่ 2 ผัวเมีย ฝ่ายหญิงชื่อเบนซ์ฝ่ายชายชื่อโน๊ต พักอาศัยอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าให้ตนไปดูนกได้ที่บ้านของเขา แต่เมื่อตนเห็นนกแล้วก็รู้ว่าไม่ใช่เจ้าพอฟัดนกสุดที่รักของตน เพราะมีจุดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ส่วนนกที่น้องแป๋ม พนักงานร้านกาแฟเจอและถ่ายวีดีโอไว้เป็นหลักฐาน นั้นทันทีที่ตนเห็นคลิปวีดีโอที่น้องเขาถ่ายเก็บไว้ ก็รู้ทันทีว่าเป็นเจ้าพอฟัดนกของตนเองที่หายไป
ตนไม่เข้าใจว่าทำไมสองผัวเมียคู่นี้ จึงมาแอบอ้างเป็นเจ้าของแล้วมารับนกของตนไป เพราะตนสอบถามแล้วเขาไม่มีใบอนุญาตในการครอบครองนก พันธุ์แอฟริกันเกรย์ ซึ่งตามกฎหมายจะต้องมีใบอนุญาตเลี้ยงนกสายพันธุ์นี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีได้ติดต่อให้เขานำนกตัวที่ไม่ใช่ของตน มาที่ สภ.ปากเกร็ด เพื่อสอบปากคำเป็นหลักฐาน แต่สองผัวเมียคู่นี้อ้างว่าขายนกไปแล้ว ซึ่งจริงๆตามกฎหมายเขาไม่มีใบอนุญาตในการเลี้ยงดูและไม่มีสิทธิ์ที่จะครอบครองหรือขายนกสายพันธุ์นี้ได้แต่อย่างใด เพราะจะมีความผิดทั้งจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสำนวนไปให้อัยการจังหวัดนนทบุรีแล้ว โดยแจ้งข้อกล่าวหา กับสองผัวเมียคู่นี้คือ 1.ลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย 2. ไม่มีใบอนุญาตครอบครองนก ทางอัยการเองได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องไปแล้ว
"ตนอยากได้เจ้าพอฟัดนกสุดที่รักของตนที่หายไปคืน ตอนนี้เจ้าโอ๊ะโอ๋คิดถึงน้องมาก จะมีอาการและพฤติกรรมหลายอย่างที่เปลี่ยนไปไม่ยอมเข้ากรงนอน กินอาหารน้อยลง ตนเคยมีประกาศว่าจะให้รางวัล 20,000 กับผู้ที่นำนกมาส่งคืน เลยอยากจะฝากบอกทางสื่อมวลชนไปว่าตนจะเพิ่มเงินรางวัลให้ เป็น 100,000 บาททันทีหากใครนำเจ้าพอฟัด กลับมาคืนตนได้ โดยไม่มีข้อแม้และจะไม่ดำเนินคดีหรือเอารื่องเอาผิดแต่อย่างใด สามารถติดต่อตนได้ที่เบอร์ 087-7435888 " นอกจากนี้อาจารย์แดงเองยังได้นำเจ้านกตัวที่ยังอยู่ คือ โอ๊ะโอ๋ มาโชว์แสดงความน่ารักให้ผู้สื่อข่าวดูไม่ว่าจะเป็นการคาบปากกามาคืนเจ้าของหรือแม้กระทั่งเกาะไหล่แล้วพูดคำว่า "จุ๊บซิจุ๊บซิ" เจ้าโอ๊ะโอ๋ ก็จะหันหน้ามาจุ๊บอาจารย์ทันที ทำให้รู้เลยว่าความผูกพันของอาจารย์แดงที่มีต่อนกที่เลี้ยงมีมากเกินกว่าที่จะบรรยายเป็นคำพูด


