xs
xsm
sm
md
lg

ชนยับ 8 คัน! โชเฟอร์ลิบล้อเมาแอ๋ วัดแอลกอฮอล์พุ่งปรี๊ด 223 มก.เปอร์เซ็นต์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.กำชับเอาผิดเด็ดขาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ผู้ช่วย ผบ.ตร.ลงพื้นที่ ติดตามคดีรถบรรทุกชน 8 คัน พบคนขับเมาสุรา วัดแอลกอฮอล์สูง 223 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ กำชับดำเนินคดีเด็ดขาด

วันนี้ (26 ต.ค.) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีรถบรรทุก 10 ล้อพุ่งชนรถยนต์ 8 คัน บริเวณสะพานข้ามแยกตากสินขาเข้า แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.สำเหร่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 8


เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06.40 น. วันเดียวกัน โดยรถบรรทุกคันดังกล่าวชนรถยนต์ส่วนบุคคล 7 คัน และรถแท็กซี่ 1 คัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการ ขณะที่อุบัติเหตุเกิดขึ้นในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนักและกระทบต่อการเดินทางในบริเวณใกล้เคียงเป็นวงกว้าง


จากการรายงานเบื้องต้นของ พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 พบว่า ผลตรวจวัดแอลกอฮอล์ในลมหายใจของคนขับรถบรรทุกมีปริมาณสูงถึง 223 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ พล.ต.ท.นิธิธรจึงติดตามความคืบหน้าทางคดี พร้อมกำชับให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ส่วนประเด็นเกี่ยวกับอุปกรณ์ส่วนควบและสภาพรถบรรทุก ขณะนี้อยู่ระหว่างส่งตรวจสอบ เพื่อให้ทราบสาเหตุและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ก่อนนำผลมาประกอบการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


นอกจากนี้ พล.ต.ท.นิธิธรยังได้พูดคุยกับผู้เสียหาย พร้อมตรวจสอบสภาพรถบรรทุกคันเกิดเหตุและรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และถอดบทเรียน กำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

พล.ต.ท.นิธิธรกล่าวเตือนประชาชนว่า การเมาแล้วขับเป็นพฤติกรรมอันตรายที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ขอให้ผู้ขับขี่ทุกคนมีความรับผิดชอบ ไม่ดื่มสุราก่อนขับรถ และใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง


พร้อมขอความร่วมมือผู้ขับขี่รถบรรทุก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เส้นทางในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านเวลาและเส้นทางเดินรถอย่างเคร่งครัด รวมถึงตรวจสอบสภาพและความพร้อมของยานพาหนะก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

ขณะเดียวกัน ได้กำชับพนักงานสอบสวนให้ตรวจสอบไปยังผู้ประกอบการขนส่งว่า มีมาตรการควบคุมดูแลและป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่ที่อยู่ในอาการมึนเมาสุราปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสมหรือไม่ หากพบผู้กระทำความผิดหรือผู้เกี่ยวข้องรายใดเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย ให้ดำเนินการในทุกฐานความผิดอย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก