xs
xsm
sm
md
lg

มอบสัญชาติไทย! 2 หนุ่มพะเยา หลังไม่มีชื่อแจ้งเกิดในทะเบียนราษฎร พร้อมเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - “ดีเอสไอ-สถาบันนิติวิทย์” บูรณาการให้ความช่วยเหลือ 2 คนไทยตกหล่น ให้ได้รับสัญชาติไทย ในพื้นที่ อ.ปง จ.พะเยา เข้าถึงสิทธิสวัสดิการอย่างเท่าเทียม

วันนี้ (26 ต.ค.) ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พ.ต.ต.เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ได้สั่งการให้ นายสมชาย ติไชย ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ อ.ปง จ.พะเยา ประชุมหารือกับ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพะเยา สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนตำบลออย (อบต.ออย) จังหวัดพะเยา และเรือนจำจังหวัดพะเยา เมื่อวันที่ 20 ต.ค.69

จากกรณีที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 ได้บูรณาการให้ความช่วยเหลือ นายนำ ดอกคำ และนายเต่ย ดอกคำ ผู้ไม่มีชื่อในฐานทะเบียนราษฎรตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ให้สามารถได้รับสัญชาติไทยได้สำเร็จ ตามนโยบายของ พล.ต.ที่.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมื ในการลดความเหลื่อมล้ำเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติราชการของ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในประเด็นการขับเคลื่อนความยุติธรรมทางสถานะบุคคล คืนตัวตน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพื่อให้คนไทยเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการอย่างเท่าเทียม


กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 ได้รับคำร้องจาก นายนำ ดอกคำ ผ่านสำนักงานยุติธรรมจังหวัดพะเยา ซึ่งอ้างว่าเป็นพี่น้องร่วมกับ นายเต่ย ดอกคำ ซึ่งบิดามารดาเป็นคนไทย แต่บิดามารดาไม่ได้แจ้งเกิดทำให้ทั้ง 2 คน ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนคนไทย จึงขาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย ทั้งด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการรักษาพยาบาล อีกทั้ง ผู้ร้องป่วยด้วยโรคร้ายแรงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการการค้นหาและวิเคราะห์บุคคลที่อ้างว่าเป็นพี่สาวร่วมบิดามารดา ซึ่งเป็นญาติรายเดียวที่มีความสัมพันธ์ ทางสายโลหิตที่ยังมีชีวิตอยู่ และได้รับสัญชาติไทยแล้ว จนสามารถสืบค้นพบว่าพี่สาวของผู้ร้องได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลและศาสนาย้ายที่ถิ่นฐานไปอยู่ที่จังหวัดสตูล จึงประสานไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อขอความร่วมมือตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ซึ่งเป็นการตรวจพิสูจน์ในกรณีที่ผู้เข้ารับการตรวจ อยู่คนละพื้นที่หรือคนละหน่วยบริการ (Node) คือ โรงพยาบาลละงู จังหวัดสตูล และโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเครือข่ายจัดเก็บสิ่งส่งตรวจของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ บูรณาการขอความร่วมมือสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงราย และสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสตูล


ผลการตรวจพบว่าผู้ร้องและพี่สาวมีความเกี่ยวพันเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิต จึงทำให้ได้รับสัญชาติไทยตามหลักสายโลหิต อันเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรมอันเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ทุกคนอย่างเสมอภาค ตามหลักสิทธิมนุษยชน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค จะขับเคลื่อนภารกิจด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่รับผิดชอบตามนโยบายของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูล ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมอย่างรวดเร็วและเสมอภาคอย่างต่อเนื่องต่อไป