xs
xsm
sm
md
lg

“ผู้การซ่า” ระงับเหตุระทึก! ชายคลุ้มคลั่งใช้มีดจี้คอเมีย-ลูกเป็นตัวประกัน ช่วยปลอดภัยทั้งคู่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ตำรวจ สน.พญาไท ระดมกำลังเจรจาชายคลุ้มคลั่งใช้มีดจี้คอภรรยาและลูกชายเป็นตัวประกัน ริมถ.เพชรบุรี นานกว่า 1 ชม. ก่อน “ผู้การซ่า” ผบก.น.1 เข้าควบคุมสถานการณ์ บุกช่วยเหลือตัวประกันปลอดภัย นำตัวผู้ก่อเหตุส่งโรงพยาบาลและดำเนินคดีตามกฎหมาย



วันนี้ (24 ต.ค.) เวลาประมาณ 10.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ได้รับแจ้งเหตุทางวิทยุรามา มีเหตุชายคลุ้มคลั่งถืออาวุธมีดเดินไปมาบริเวณริมถนนเพชรบุรี แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุในทันที

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเวลาประมาณ 10.25 น. พบชายคนดังกล่าวอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งและถืออาวุธมีด โดยได้จับกุมตัวภรรยาและลูกชายไว้เป็นตัวประกัน พร้อมใช้อาวุธมีดจี้ที่คอ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าเจรจาไกล่เกลี่ยอย่างระมัดระวัง พยายามเกลี้ยกล่อมให้วางอาวุธมีดลง ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้น ชายดังกล่าวเรียกร้องขอรถเดินทางไปสถานีขนส่งหมอชิตเพื่อกลับภูมิลำเนา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินยุทธวิธีเจรจาต่อรองตามขั้นตอน โดยในเวลา 10.45 น. ได้นำรถยนต์สายตรวจ มาจอดเพื่อเจรจาให้วางอาวุธ แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมวางมีด และได้พาภรรยาพร้อมลูกขึ้นไปนั่งบริเวณท้ายรถกระบะ ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ขับรถไปส่ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยของตัวประกัน จึงคงการจอดรถไว้และเน้นการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ต่อมาชายดังกล่าวได้เปลี่ยนมาเรียกร้องขอรถจักรยานยนต์เพื่อจะขับขี่ไปเอง

ต่อมาเวลา 10.50 น. พ.ต.อ.ธนพล กลิ่นเกษร ผกก.สน.พญาไท ได้เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์และเจรจาเพิ่มเติม พร้อมทั้งนำรถจักรยานยนต์มาจอดอำนวยความสะดวกตามที่ร้องขอ แต่ชายดังกล่าวยังคงมีอาการคลุ้มคลั่ง นั่งควบคุมตัวภรรยาและลูกชายไว้โดยใช้อาวุธมีดจี้คออยู่ตลอดเวลา

พล.ต.ต.วรศักด์ พิสิฐบรรณกร ผบก.น.1 หรือ ผู้การซ่า (เสื้อขาว) เข้าระงับเหตุด้วยตนเอง
กระทั่งเวลา 11.15 น. พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐ์บรรณากร ผบก.น.1 หรือ ผู้การซ่า ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุเพื่อสั่งการและเข้าเจรจาไกล่เกลี่ยด้วยตนเอง ก่อนตัดสินใจเข้าดำเนินการควบคุมตัวชายดังกล่าวไว้ได้สำเร็จ พร้อมทั้งเข้าช่วยเหลือเด็กและภรรยาออกมาได้อย่างปลอดภัย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานนำตัวผู้ก่อเหตุส่งโรงพยาบาลกลางเพื่อทำการรักษาอาการบาดเจ็บ โดยเหยื่อคือนางฝาย สัญชาติลาว ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหูเล็กน้อยและลำคอ และเด็กชายสัญชาติลาว ได้รับบาดเจ็บบริเวณลำคอ ซึ่งแพทย์ทำการรักษาจนอาการปลอดภัยและพ้นขีดอันตรายแล้ว


จากนั้นในเวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปยัง สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ต่อมาตำรวจจึงนำตัวนายแก้ว พูเพ้ด สัญชาติลาวผู้ก่อเหตุตรวจหาสารเสพติดปรากฏว่าพบสารเสพติดในปัสสาวะ โดยผู้ต้องหาได้ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า เพิ่งจะเสพยาเสพติดมาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาจนเกิดอาการหลอนและคลุ้มคลั่ง


เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 4 ข้อหา ได้แก่ กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นโดยมีอาวุธ และทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ,เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (เกินกว่ากฎหมายกำหนด) และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร