พยาบาลสาวเข้าพบ ผกก.สภ.บางใหญ่ตามคดี ถูกมิจฉาชีพใช้ AI ตัดต่อหน้าโพสต์ในกลุ่มหาคู่ แถมใช้ใบประกอบวิชาชีพหมอปลอมอ้างเป็นพยาบาล แจ้งความไว้ตั้งแต่ ก.ย. แต่มิจฯ ยังไม่ยอมหยุด ยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ นางสาวนนท์ธิชา ฟักสัน หรือ "คุณน้ำชา" พยาบาลประจำคลินิกเสริมความงาม (ผู้เสียหาย) อายุ 30 ปี ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี หลังจากที่เธอถูกผู้ไม่หวังดีนำคลิปและรูปภาพส่วนตัวในชุดพยาบาลไปตัดต่อใบหน้าด้วยเทคโนโลยี AI แล้วนำไปโพสต์ในกลุ่มหาคู่
เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อผู้ก่อเหตุพยายามโต้ ยืนยันว่าตนเองเป็นพยาบาลจริง และมีใบประกอบวิชาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยนำภาพใบประกอบวิชาชีพที่อ้างว่าออกจาก "สภาการพยาบาล" มาโพสต์แสดงความบริสุทธิ์ แต่ชาวเน็ตตาดีกลับพบพิรุธว่าเอกสารดังกล่าวแท้จริงแล้วคือ "ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม" ของแพทย์ ซึ่งออกโดย "แพทยสภา" ไม่ใช่ของพยาบาล โดยเป็นการนำภาพถ่ายของแพทย์หญิงตัวจริงมาตัดต่อแปะทับด้วยรูปหน้าตนเอง จนกระทั่งคุณหมอตัวจริงเตรียมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด และผู้ก่อเหตุได้ปิดบัญชีโซเชียลหนีหายไป
นางสาวนนท์ธิชา เปิดเผยว่า ตนเคยเข้าแจ้งความไว้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังจากพบพฤติกรรมดังกล่าวใน Instagram แม้ในตอนแรกจะคิดว่าอีกฝ่ายไม่กล้าทำต่อ แต่ปรากฏว่าผ่านมาช่วงปลายเดือนกันยายนและต้นเดือนตุลาคม ผู้ก่อเหตุยังคงนำคลิปของเธอไปตัดต่อ AI สวมหน้าและโพสต์ซ้ำๆ รวมถึงมีการแคปรูปและเฟซบุ๊กของเธอในชุดพยาบาลไปประจานในกลุ่มหาคู่ กล่าวหาว่าเธอใส่ชุดพยาบาลไม่ดี จนทำให้ตนได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ด้าน พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินคดีว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งการให้ชุดสืบสวนและฝ่ายเทคโนโลยีดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบข้อมูลทางสื่อออนไลน์อย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ ในส่วนของความผิดฐานนำภาพบุคคลอื่นไปโพสต์โดยไม่ได้รับอนุญาตและเข้าข่ายหมิ่นประมาท มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) รองรับชัดเจน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


