ตร.ไซเบอร์ ลงพื้นที่มหาสารคาม เตือนภัย “ซิมผี–บัญชีม้า” หลังชาวบ้านถูกหลอกสแกนหน้า เปลี่ยนซิม แลกเงิน ย้ำอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวหรือเปิดบัญชี–ลงทะเบียนซิมแทนผู้อื่น หวั่นตกเป็นเครื่องมือมิจฉาชีพ
วันนี้ (22 ต.ค.) พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ ทัพวงษ์ รองผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 (รอง ผบก.สอท.3) พร้อมด้วย พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3 นำเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้หัวข้อ “ทำหมู่บ้าน ชุมชนให้ปลอดซิมผี บัญชีม้า” ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลโกสุมพิสัย ต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม โดยมีผู้บริหารท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังกว่า 100 คน
การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ที่มุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่สร้างความรู้และภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์แก่ประชาชน ควบคู่กับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีมิจฉาชีพหลอกลวงชาวบ้านในพื้นที่ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม กว่า 60 ราย โดยชักชวนให้สมัครแอปพลิเคชัน ใช้บัตรประชาชนยืนยันตัวตน สแกนใบหน้า และเปลี่ยนซิมโทรศัพท์ แลกกับเงินค่าตอบแทนรายละ 500–1,000 บาท ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลยืนยันตัวตนถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ เช่น การเปิดบัญชีธนาคารหรือจดทะเบียนซิมโทรศัพท์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดของขบวนการมิจฉาชีพ
ในการบรรยาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบกลโกงออนไลน์ วิธีสังเกตพฤติการณ์ของมิจฉาชีพ และแนวทางป้องกันตนเองจากภัยไซเบอร์ โดยเน้นเตือนภัยกรณีหลอกให้สแกนใบหน้าแลกเงิน เนื่องจากข้อมูลชีวมิติและการยืนยันตัวตนอาจถูกนำไปใช้เข้าถึงบริการทางการเงินหรือบริการดิจิทัล รวมถึงใช้ประกอบการเปิดบัญชีม้าและลงทะเบียนซิมผีได้
พร้อมกันนี้ ยังย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อเสนอให้เงินแลกกับการใช้บัตรประชาชน สแกนใบหน้า เปิดบัญชีธนาคาร หรือลงทะเบียนซิมโทรศัพท์แทนผู้อื่น เพราะอาจทำให้ตกเป็นเครื่องมือของขบวนการอาชญากรรมโดยไม่รู้ตัว
เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือผู้นำชุมชนและประชาชนช่วยกันเผยแพร่ความรู้ไปยังครอบครัวและคนในพื้นที่ เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภัยไซเบอร์ ลดความเสี่ยงจากการตกเป็นเหยื่อ และร่วมกันป้องกันปัญหาซิมผีและบัญชีม้าในชุมชนอย่างยั่งยืน


