xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจ ปส. ทลาย 7 เครือข่ายยานรก ยึดยาบ้ากว่า 7 ล้านเม็ด ไอซ์ 505 กก. รวบ 25 ผู้ต้องหา เร่งขยายผลล่าตัวการใหญ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ตำรวจ ปส.เปิดยุทธการ “ไพรีพินาศ 3” ทลาย 7 เครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 7 ล้านเม็ด ไอซ์ 505 กิโลกรัม รวบผู้ต้องหา 25 ราย เร่งขยายผลถึงตัวการใหญ่

วันนี้ ( 22 ต.ค.) ทีทกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ปส.แถลงผลปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้ยุทธการ “ไพรีพินาศ 3” ทลายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ 7 คดีทั่วประเทศ สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 7 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 505 กิโลกรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหารวม 25 ราย และตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยเตรียมขยายผลถึงผู้สั่งการและเครือข่ายเบื้องหลัง


ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการกำลังปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด

โดยมี พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย ขณะที่ พล.ต.ท.ภูมินทร์ นำกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ก่อนเปิดปฏิบัติการจับกุมและตรวจยึดของกลางใน 7 คดีสำคัญ


คดีที่ 1 ทลายเครือข่ายยาเสพติดเชียงราย ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่ บก.ปส.3 สืบสวนติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดของนายวันชัย ซึ่งมีพฤติการณ์นัดส่งมอบยาเสพติดในพื้นที่ จ.เชียงราย กระทั่งวันที่ 14 ตุลาคม 2569 พบรถยนต์เก๋งโตโยต้าสีเทาต้องสงสัยขับออกจากซอยดินลูกรังใกล้หนองน้ำหนองช้างคต จึงเข้าสกัดจับ แต่คนขับพยายามหลบหนีจนรถเสียหลักลงข้างทาง บริเวณ ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายวันชัย พร้อมตรวจยึดยาบ้า 15 กระสอบ จำนวนประมาณ 3,082,000 เม็ด รถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี


คดีที่ 2 สกัดขบวนการซุกยาบ้าในถังน้ำมัน ส่งผ่านบริษัทขนส่ง ยึดกว่า 1.16 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่ บก.ปส.3 ตรวจพบพัสดุที่ลักลอบซุกซ่อนยาบ้าไว้ในถังน้ำมันพลาสติก ก่อนสืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และ จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569

ผลการตรวจยึดพบยาบ้ารวมประมาณ 1,161,000 เม็ด รวมถึงยาบ้าที่เปียกน้ำ พร้อมรถยนต์กระบะ รถตู้โดยสาร และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดี และขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่น


คดีที่ 3 ตัดวงจรขนยาเสพติดลงใต้ บุกแหล่งพักยาในราชบุรี ยึดยาบ้า 2.56 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่ บก.ปส.3 สนธิกำลังร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนและชุดข่าวกรองทหาร สืบสวนเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากภาคกลางลงสู่ภาคใต้ ก่อนเข้าตรวจค้นรถกระบะบริเวณหน้าบ้านใน ต.สวนกล้วย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569

จากการตรวจค้นพบยาบ้า 6 กระสอบ ประมาณ 1.5 ล้านเม็ด และเมื่อขยายผลตรวจค้นภายในบ้าน พบยาบ้าเพิ่มเติมอีก 6 กระสอบ ประมาณ 1,066,000 เม็ด รวมทั้งสิ้นประมาณ 2,566,000 เม็ด นอกจากนี้ยังตรวจยึดอาวุธปืน เครื่องกระสุน และโทรศัพท์มือถือ พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย


คดีที่ 4 บุกสถานบริการกลางกรุง จับ 14 ราย คดีเกี่ยวข้องกับคีตามีน

เจ้าหน้าที่ บก.ปส.1 ร่วมกับ สน.โคกคราม สืบสวนกรณีลักลอบจำหน่ายคีตามีนให้ลูกค้าภายในสถานบริการแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก่อนเข้าตรวจค้นตามหมายศาลเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 14 ราย แบ่งเป็นคดีจำหน่ายคีตามีน 2 ราย ซึ่งเป็นชาวเวียดนาม คดีครอบครองคีตามีนไว้เพื่อเสพ 2 ราย และคดีเสพคีตามีนอีก 10 ราย ในจำนวนนี้เป็นชายชาวเวียดนาม 5 ราย หญิงชาวเวียดนาม 4 ราย และหญิงไทย 1 ราย

นอกจากนี้ยังตรวจยึดคีตามีนรวม 6 กรัม จากการดำเนินการในวันที่ 13 และ 17 ตุลาคม พร้อมนำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติดในสถานบริการและพื้นที่เสี่ยง


คดีที่ 5 สกัดรถขนยาบ้าที่อุดรธานี รวบ 2 ราย พร้อมของกลาง 396,000 เม็ด

เจ้าหน้าที่ บก.สกส.บช.ปส. สืบสวนติดตามเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก จ.สกลนคร ไปยังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนเข้าสกัดรถยนต์เก๋งโตโยต้าสีดำบนถนนนิสโย ต.บ้านยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

จากการตรวจค้นพบยาบ้าประมาณ 396,000 เม็ด พร้อมโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และรถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย โดยทั้งสองเกี่ยวข้องกับการขนส่งยาเสพติด ซึ่งมีปลายทางอยู่ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน และเร่งขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ


คดีที่ 6 จับเครือข่ายส่งยาเสพติดผ่านบริษัทขนส่งในภูเก็ต ยึดไอซ์กว่า 5 กิโลกรัม พร้อมเฮโรอีน 2 แท่ง

เจ้าหน้าที่ บก.ปส.4 สืบสวนกรณีลักลอบรับยาเสพติดผ่านบริษัทขนส่งพัสดุ เพื่อนำมาเก็บซุกซ่อนและจำหน่ายในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ก่อนเข้าจับกุมนายอิทธิศักดิ์ อายุ 32 ปี เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ขณะรับพัสดุและพยายามหลบหนี

ตรวจสอบพบเฮโรอีน 2 แท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 742.7 กรัม และไอซ์น้ำหนักประมาณ 5,181 กรัม รวมถึงยาบ้า 7 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจค้นห้องเช่าของผู้ต้องหาและตรวจยึดยาเสพติดเพิ่มเติม ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีและสืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการ


คดีที่ 7 ปะทะเครือข่ายลำเลียงไอซ์ลงใต้ ยึดของกลาง 500 กิโลกรัม ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 2 ราย

เจ้าหน้าที่ บก.ปส.3 ร่วมกับชุดปฏิบัติการสยบไพรีและชุดข่าวกรองทหาร สืบสวนติดตามเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดลงสู่ภาคใต้ กระทั่งวันที่ 20 ตุลาคม 2569 พบผู้ต้องสงสัย 2 ราย ในพื้นที่ จ.ราชบุรี จึงสะกดรอยติดตามไปยัง จ.เพชรบุรี

เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัยใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการยิงตอบโต้ เป็นเหตุให้ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 รายเสียชีวิต ภายหลังตรวจค้นรถยนต์บริเวณที่ดินร้างริมถนนหมายเลข 4 ต.บางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี พบไอซ์ประมาณ 500 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเหตุการณ์และดำเนินการตามกฎหมาย


พล.ต.ท.ภูมินทร์ กล่าวว่า ยุทธการ “ไพรีพินาศ 3” เป็นการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยกระดับการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยยึดแนวทาง “ปราบยาเสพติดให้สิ้น แผ่นดินต้องปลอดภัย” มุ่งสกัดกั้นการลำเลียง ตัดวงจรเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ และขยายผลไปยังผู้สั่งการ ผู้สนับสนุน รวมถึงแหล่งพักยาเสพติด

ผลการปฏิบัติการทั้ง 7 คดี สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 7 ล้านเม็ด และไอซ์กว่า 505 กิโลกรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหาตามผลสรุปการปฏิบัติการ 25 ราย โดยตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อสาวถึงผู้บงการและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจยาเสพติดได้อีก


ผบช.ปส. กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจปราบปรามยาเสพติดไม่ใช่เพียงการจับกุมหรือยึดของกลาง แต่เป็นการปกป้องชีวิตและอนาคตของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ทำลายเครือข่ายผู้ค้ารายใหญ่ และสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคมอย่าง