xs
xsm
sm
md
lg

รวบหนุ่มนักธุรกิจจีนวัย 41 หนีหมายจับ ฉ้อโกงลงทุนประกันภัย เสียหายกว่า 220 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



สืบตม.1 จับกุมหนุ่มนักธุรกิจจีน อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจีน คดีฉ้อโกงและลักทรัพย์ หลังหนีกบดานย่านพระราม 9 พบพฤติการณ์หลอกลงทุนในบริษัทประกันภัย ก่อนยักยอกกำไรจากบัญชีผู้ร่วมลงทุน มีผู้เสียหายกว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 220 ล้าน

วันนี้ (20 ต.ค.) พล.ต.ต.ก้องชาติ เลี้ยงสมทรัพย์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (ผบก.ตม.1) สั่งการให้ พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผู้กำกับการสืบสวน บก.ตม.1 ดำเนินการสืบสวนและติดตามจับกุมอาชญากรต่างชาติที่ไม่พึงประสงค์ ตามข้อมูลที่ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ผ่านกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ตม.1 จึงเปิดปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย โดยใช้กลยุทธ์ 4 เสาหลักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้แก่ “มั่นคงเชิงรุก ข้อมูลนำการปฏิบัติ ทลายเครือข่าย และบริการมาตรฐานสากล” พร้อมส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลและติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งสามารถควบคุมตัวนายหม่า (นามสมมติ) อายุ 41 ปี นักธุรกิจสัญชาติจีน ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหา “ฉ้อโกงและลักทรัพย์” ได้ในพื้นที่พระราม 9 กรุงเทพมหานคร


จากการประสานข้อมูลพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนในบริษัทประกันภัย โดยมีเจตนาทุจริตเบี้ยประกันภัย อีกทั้งยังถูกกล่าวหาว่าเบียดบังผลกำไรจากบัญชีของผู้ร่วมลงทุนรายอื่น โอนเข้าบัญชีของตนเองทั้งหมด ก่อนหลบหนีออกจากประเทศจีน ส่งผลให้มีผู้เสียหายในกรุงปักกิ่งมากกว่า 100 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 220 ล้านบาท

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งกองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (กก.3 บก.สส.สตม.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม.
ด้าน พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพร้อมเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง มุ่งปกป้องความมั่นคงของประเทศและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยใช้ข้อมูลด้านการข่าวเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดที่หลบหนีเข้ามาแฝงตัวในประเทศไทย เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของอาชญากรต่างชาติ