ศาลแพ่ง ยกฟ้องคดี"ต้า-เฟดเฟ่" ฟ้องเรียกค่าเสียหายคดีหุ้น 49% ด้าน "ยัต-ชัยโซโร" ตอบสื่อรู้สึกดีศาลให้ความยุติธรรม รับน้อยใจถูกโซเชียลกระหน่ำโจมตี ไม่มีใครฟังเรา
วันนี้ (20 ต.ค.) ศาลแพ่งมีนบุรีนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ พ 219/2569 ที่นายลิขิต สิทธิพันธุ์ หรือ "ต้า- เฟดเฟ่"เป็นโจทก์ ฟ้อง บริษัท ชัยโสโร จำกัด และนายกิตติศักดิ์ เวชประสาร หรือ "ยัต -ชัยโสโร" และน.ส.ฐิติพร เพ็ชรศรีอุดม ภรรยาของยัต เป็นจำเลยที่ 1-3 กรณีหุ้นบริษัท ชัยโสโร ที่มีการโอนหุ้น 49% ให้กันก่อนหน้านี้และเกิดปัญหาข้อพิพาทขึ้น
ศาลแพ่งพิเคราะห์แล้ว พิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสาม โดยกำหนดให้โจทก์จ่ายค่าทนายความจำนวน 10,000 บาทด้วย
ภายหลังนายกิตติศักดิ์ หรือ ยัต ที่เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมภรรยา กล่าวว่า ศาลแพ่งได้ ยกฟ้อง ซึ่งตนมองว่ากระบวนการยุติธรรมทำให้รู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร และถือเป็นเรื่องดีที่กระบวนการฟ้องมาถึงศาล เพราะศาลได้ตัดสินและให้ความยุติธรรม
คดีนี้นายลิขิต หรือ ต้า ได้ฟ้องตนทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง แต่ในส่วนคดีอาญานั้นได้ถอนฟ้องไปแล้วก่อนหน้านี้ และสำหรับคดีแพ่งที่ยกฟ้อง ก็รู้สึกสบายใจ แต่ก็ต้องดูกันต่อว่าฝ่ายนั้นจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะกระบวนการของศาลยังมีอีกหลายขั้นตอน แต่ในขั้นแรกถือว่ารู้สึกดี เพราะที่ผ่านมาตนก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงในสิ่งที่คนอื่นตัดสินไปแล้ว และไม่มีใครฟังเรา อาจเพราะเราไม่น่าสงสาร
เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงสังคมหรือไม่ กับกระแสสังคมที่โจมตีก่อนหน้านี้
นายกิตติศักดิ์ หรือ ยัต กล่าวว่า โซเชียลที่มีความเร็วและรอไม่ได้ ตัดสินคนไปแล้ว และเห็นคนที่ไม่ได้พูดและตีว่าผิด ทั้งที่คนที่ไม่พูดอาจจะรอความจริง และกระบวนการที่มันชัดเจน อีกทั้งตนก็ไม่มีสื่อโซเชียลหรือเล่นโซเชียลไม่เป็น
นายกิตติศักดิ์ หรือ ยัต ยืนยันเหตุการณ์ที่มีการเซ็นโอนหุ้นให้กัน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ได้มีการบังคับตามที่มีการกล่าวอ้างไปก่อนหน้านี้ และยอมรับไม่มีความกังวลหากจะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นอีก เพราะความจริงก็คือความจริง แต่ยอมรับว่าการที่ถูกโซเชียลกระหน่ำโจมตี ก็ทำให้รู้สึกแปลกใจ กระทบต่อความมั่นใจในความถูกต้องและเกิดความน้อยใจ เพราะเราพูดความจริงแต่กลับไม่มีใครเชื่อ ไม่มีใครฟังเรา และเข้าใจไปอีกแบบ แถมยังส่งผลกระทบถึงครอบครัวและลูก
นายกิตติศักดิ์ หรือ ยัต ได้ฟ้องนายต้า อยู่ 2 คดีคดีแรกความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งได้มีการถอนฟ้องไป แล้ว ส่วนคดีลิขสิทธิ์อยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐาน
ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากจะฝากอะไรถึงอดีตเพื่อนรักหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ หรือ ยัต กล่าวว่า ไม่มี และหลังจากนี้ก็ต่างคนต่างอยู่


