ตร.ไซเบอร์ทลายเครือข่ายเพจเฟซบุ๊ก “บัตรขูด หลวงปู่ศิลา 99 V.3” หลังพบพฤติการณ์นำภาพหลวงปู่ศิลาไปใช้แอบอ้างว่าบัตรขูดตัวเลขผ่านพิธีปลุกเสกโดยหลวงปู่ ทั้งที่ทางวัดไม่ได้อนุญาต ไม่ได้ปลุกเสกจริง เปิดขายมานานกว่า 3 ปี เงินหมุนเวียนกว่า 30 ล้าน รวบผู้ต้องหา 3 รายทยึดบัตรขูดกว่าพันชิ้น
วันนี้ (17 ต.ค.) ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 (บก.สอท.3) อ.เมือง จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) มอบหมายให้ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.สอท.3 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย จากกรณีเปิดเพจเฟซบุ๊กจำหน่ายบัตรขูดตัวเลข โดยแอบอ้างชื่อและภาพของ “หลวงปู่ศิลา” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า
คดีนี้สืบเนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนว่า พบเพจเฟซบุ๊กชื่อ “บัตรขูด หลวงปู่ศิลา 99 V.3” โฆษณาจำหน่ายบัตรมงคลสำหรับขูดตัวเลข พร้อมอ้างว่าผ่านพิธีปลุกเสกโดยพระเทพวัชรธรรมโสภณ หรือหลวงปู่ศิลา สิริจันโท อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพระเกจิที่มีประชาชนให้ความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก
พล.ต.ท.ทินกรจึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงกลด มอบหมาย พ.ต.อ.อรุณณพันธ์ วานิช์ชานันท์ ผกก.1 บก.สอท.3 นำทีมสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนพบว่าเพจดังกล่าวมีผู้ติดตามเกือบ 10,000 คน และจำหน่ายบัตรที่เคลือบแถบฟอยล์ทึบแสงปิดบังตัวเลขไว้ เมื่อลูกค้าขูดออกจะเห็นตัวเลขสำหรับนำไปลุ้นรางวัลต่าง ๆ เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน และหวยต่างประเทศ โดยจำหน่ายในราคาใบละ 99 บาท
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า วัดพระธาตุหมื่นหินไม่ได้อนุญาตให้นำภาพหลวงปู่ศิลาไปใช้ในเชิงพาณิชย์ และไม่มีการทำพิธีปลุกเสกบัตรขูดดังกล่าวตามที่เพจกล่าวอ้าง
เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนเส้นทางการเงิน พบว่ามีการใช้บัญชีธนาคารในนามนิติบุคคลของบริษัทแห่งหนึ่งรับเงินจากการจำหน่ายสินค้า โดยมีรายได้สะสมกว่า 30 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและผู้รับผลประโยชน์ ก่อนขอศาลออกหมายจับและหมายค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ นราศรี รอง ผกก.1 บก.สอท.3 และ พ.ต.ท.ศุภณัฏฐ์ เกตุแก้ว สว.กก.1 บก.สอท.3 นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด ในซอยลาดพร้าววังหิน 77 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
จุดแรก เป็นห้องพักภายในอาคารแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่จับกุม น.ส.วิลาวัลย์ อายุ 27 ปี และ น.ส.พานทอง อายุ 20 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นแอดมินเพจ พร้อมตรวจยึดของกลาง 17 รายการ อาทิ โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 5 เครื่อง กล่องพัสดุ 150 กล่อง บัตรขูดหลวงปู่ศิลากว่า 1,000 ชิ้น รวมถึงกระดาษแข็งพิมพ์ภาพหลวงปู่ศิลา กระดาษพิมพ์ลายคล้ายธนบัตรที่มีภาพหลวงปู่ศิลา และสินค้าวัตถุมงคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
จุดที่สอง เป็นบ้านพักของนายวทัญญู อายุ 36 ปี เจ้าของเพจ กรรมการบริษัท และผู้รับผลประโยชน์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.500/2569 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลดงสุวรรณ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวทัญญูให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าเดิมประกอบอาชีพขายเสื้อผ้าออนไลน์ ก่อนเปิดบริษัทดำเนินธุรกิจ และช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ได้ซื้อบัตรขูดหลวงปู่ศิลาจากแอปพลิเคชันร้านค้าออนไลน์ในราคาใบละ 30–40 บาท เพื่อนำมาจำหน่ายผ่านเพจในราคาใบละ 99 บาท พร้อมจัดโปรโมชั่น รวมถึงจำหน่ายบัตรขูดที่ใช้ภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ให้ลูกค้านำตัวเลขไปเสี่ยงโชค โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าบัตรดังกล่าวได้รับอนุญาตหรือผ่านพิธีปลุกเสกจริงหรือไม่
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ร่วมกันหรือสนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอันเป็นปกติธุระ นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ร่วมกันหรือสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและมีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินจากการสมคบกัน รวมถึงหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะนี้ตำรวจไซเบอร์อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพื่อตรวจสอบบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


