ผบช.สตม. สั่งการสืบตม.1 ทลายเครือข่ายโคเคนไนจีเรีย รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดของกลาง 103 กรัม ผงะผสมชอล์ก–เบกกิ้งโซดาเพิ่มปริมาณยา
วันนี้ (17 ต.ค.) พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม.และพล.ต.ต.ก้องชาติ เลี้ยงสมทรัพย์ ผบก.ตม.1 สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 บูรณาการกำลังร่วมกับ กก.ปอพ. บก.สส.สตม. นปส.นานา กก.1 บก.ปส.1 บช.ปส. และสำนักงาน ป.ป.ส. สืบสวนติดตามกลุ่มชาวต่างชาติที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติด ก่อนจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติไนจีเรียได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดโคเคนรวมประมาณ 103 กรัม และของกลางที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติด โดยพบข้อมูลเงินหมุนเวียนกว่า 2 ล้านบาท
การจับกุมเริ่มจากการสืบสวนเชิงรุก หลังเจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่า MR.F อายุ 42 ปี สัญชาติไนจีเรีย มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายโคเคนให้กลุ่มชาวต่างชาติเป็นประจำ จึงวางแผนให้สายลับติดต่อล่อซื้อยาเสพติด
กระทั่งเวลาประมาณ 19.10 น. ผู้ต้องหาขับรถยนต์มาส่งมอบโคเคนบรรจุห่อพลาสติกสีดำ 4 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 2.4 กรัม ให้สายลับ เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยติดตามอย่างต่อเนื่อง จนถึงบริเวณถนนประเสริฐมนูกิจ ก่อนแสดงตัวเข้าตรวจค้นเมื่อผู้ต้องหาลงจากรถและมีท่าทีพยายามหลบหนี
ผลการตรวจค้นพบเงินที่ใช้ในการล่อซื้อ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าได้รับมาจากการจำหน่ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจสอบร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านนวมินทร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีชาวต่างชาติสัญชาติแอฟริกันมารวมตัวกัน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบกลุ่มบุคคลพยายามวิ่งหลบหนี จึงควบคุมตัวเพื่อตรวจสอบสถานะการเข้าเมือง
จากการตรวจสอบพบ MR.C อายุ 21 ปี สัญชาติไนจีเรีย อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด เจ้าหน้าที่จึงจับกุมในข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ตามกฎหมายคนเข้าเมือง
หลังจับกุม MR.F เจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลและได้รับเบาะแสว่าโคเคนที่นำมาจำหน่ายได้รับมาจากชายชาวต่างชาติอีกราย ซึ่งพักอยู่ในอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียง จึงเร่งขยายผลและเฝ้าสังเกตการณ์ ก่อนพบ MR.C อายุ 43 ปี สัญชาติไนจีเรีย เดินลงมาจากชั้น 2 ของอาคารดังกล่าว
เมื่อตรวจสอบพบว่าไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางหรือหลักฐานการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นห้องพักตามพฤติการณ์และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
ผลการตรวจค้นพบโคเคนเพิ่มเติมประมาณ 101 กรัม ถุงพลาสติกสำหรับแบ่งบรรจุยาเสพติดจำนวนมาก และเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล นอกจากนี้ยังพบชอล์กเขียนกระดานดำ เบกกิ้งโซดา เครื่องปั่น และถ้วยตวง
จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การว่าได้ซื้อชอล์กและเบกกิ้งโซดามาใช้ผสมกับโคเคนเพื่อเพิ่มปริมาณและหวังเพิ่มกำไรจากการจำหน่าย โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เสพ
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
สำหรับโคเคนที่ตรวจยึดเพิ่มเติมประมาณ 101 กรัม เจ้าหน้าที่ประเมินว่าหากนำไปจำหน่ายในตลาดอาจมีมูลค่ากว่า 400,000 บาท
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยืนยันเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดและการกระทำผิดกฎหมายคนเข้าเมือง พร้อมบูรณาการข้อมูลข่าวกรองกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปถึงแหล่งจัดหาและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเครือข่าย
ทั้งนี้ สตม. ขอความร่วมมือประชาชน เจ้าของสถานประกอบการ ผู้ประกอบการที่พัก และผู้ให้เช่าอาคารหรือห้องพัก ช่วยสอดส่องพฤติการณ์ต้องสงสัย เช่น การเข้าออกสถานที่ผิดปกติ หรือพฤติการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการหลบหนีเข้าเมือง หากพบเบาะแสสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


