ตำรวจ สน.ทองหล่อ เชิญ “โปเต้” สอบปากคำ หลังจบโหนกระแส ปม “ชมพู่” แจ้งความเอาผิดปมกล่าวหา–ข่มขู่รีดเงิน 6 แสน เจ้าตัวรับพลาดเชื่อข้อมูลจากเวฟฝ่ายเดียว ขอโอกาสแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความตกตะลึง หลังรายการ “โหนกระแส” เมื่อวันที่ 14 ต.ค. เปิดพื้นที่ให้บุคคลที่อ้างตัวว่าเข้ามาช่วยเหลือ “สิบเอกเวฟ” ผู้เสียหายในคดี โดยระบุว่าทำหน้าที่รวบรวมหลักฐาน ประสานงาน และอ้างถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับ “ดาวเทียมจับสัญญาณ” ที่สามารถตรวจสอบพิกัดโรงแรมของฝ่ายหญิงได้ จนทำให้ผู้ร่วมรายการและผู้ชมจำนวนหนึ่งให้ความสนใจ
อย่างไรก็ตาม หลังรายการออกอากาศได้ไม่นาน กระแสในโลกออนไลน์เริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของชายคนดังกล่าว โดยเพจต่าง ๆ อาทิ เพจเจ๊มอย 105, เพจอีป้า 5.0 v2 และเพจเจ้าคุณพระมิกส์ไทยแท้ ต่างออกมาพูดถึงและตรวจสอบประวัติ จนมีการระบุว่าชายคนดังกล่าวคือ “โปเต้ นักจะแกง” ซึ่งถูกกล่าวถึงในโลกออนไลน์จากประเด็นเกี่ยวกับการสร้างโปรไฟล์และพฤติกรรมในอดีต
เรื่องดังกล่าวจึงกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
วันนี้ (16 ต.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. ที่อาคารมาลีนนท์ นายศุภกิจ ประภาดาอนันต์สกุล หรือ “โปเต้ นักจะแกง” ให้สัมภาษณ์หลังออกรายการโหนกระแส ยอมรับว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกรณีของ “ชมพู่” จากเวฟ อดีตคู่หมั้นของฝ่ายหญิงเพียงด้านเดียว จึงเคยปกป้องเวฟมาโดยตลอด แต่หลังรับฟังข้อมูลจากชมพู่แล้ว ขอถอยออกจากเรื่องดังกล่าว พร้อมขอโอกาสแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด และยืนยันว่าหากตนทำผิดก็พร้อมขอโทษ นอกจากนี้ยอมรับว่าตนผิดพลาดที่ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลเรื่องภาพจากดาวเทียมให้ชัดเจน ก่อนตำรวจ สน.ทองหล่อ เชิญตัวไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม
โดยตำรวจชี้แจงว่าเป็นการเชิญตัวเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การจับกุม พร้อมแจ้งสิทธิในการปรึกษาทนายความ ติดต่อญาติหรือบุคคลที่ไว้วางใจ และเข้ารับการรักษาพยาบาลหากเจ็บป่วย รวมถึงแจ้งว่าจะมีการบันทึกภาพและเสียงตลอดการเดินทางตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำตัวเข้าพบพนักงานสอบสวน
ขณะเดียวกัน น.ส.วลีรัตน์ ประเมศรี หรือ “ชมพู่” พร้อมนายวิฑูรย์ แข็งฤทธิ์ ทนายความ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ โดยระบุว่าไม่เคยรู้จักหรือพบโปเต้มาก่อน แต่ได้รับความเสียหายจากการถูกกล่าวหาว่ามีบุคคลอื่น พร้อมนำภาพและข้อมูลไปเผยแพร่โจมตีผ่านสื่อสังคมออนไลน์
ชมพู่ ระบุว่า ก่อนหน้านี้โปเต้เคยติดต่อมาหาตนและมารดา โดยอ้างว่าเป็นทีมทนายของอดีตคู่หมั้น พร้อมกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ข่มขู่และเรียกเงิน 600,000 บาท จึงเตรียมแจ้งความในข้อหานำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และข่มขู่กรรโชกทรัพย์ พร้อมให้พนักงานสอบสวนพิจารณาความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าพร้อมต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความจริง และแม้โปเต้จะพยายามขอโทษและขอไกล่เกลี่ยก่อนออกรายการ แต่ไม่สามารถยกโทษให้ได้ เนื่องจากความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว
ด้านนายนนท์ ซึ่งเดินทางมากับโปเต้ เปิดเผยว่า รู้จักกันมาประมาณ 1 ปีกว่า หลังโปเต้เคยว่าจ้างให้ช่วยขับรถ โดยโปเต้เคยอ้างว่าตนเป็นแพทย์และทำงานตามโรงพยาบาล แต่ไม่เคยระบุสถานที่ทำงานหรือมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
นายนนท์ยังกล่าวว่า โปเต้เคยขอให้ช่วยเรื่องคดียาเสพติด 2 ครั้ง โดยครั้งแรกขอเงิน 50,000 บาทเพื่อประกันตัวในคดีที่ สน.ห้วยขวาง แต่ตนปฏิเสธ พร้อมอ้างว่าภายหลังได้พูดคุยกับมารดาของโปเต้และทราบข้อมูลที่ขัดแย้งกับสิ่งที่โปเต้เคยบอก โดยมารดาระบุว่าลูกชายไม่ได้เป็นแพทย์และเคยสร้างเรื่องหลายครั้ง
ส่วนกรณีโปเต้อ้างว่าสามารถตรวจสอบข้อมูลจากดาวเทียมได้ นายนนท์ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการเจาะระบบหรือสอนวิธีการดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้เคยพูดถึงการตรวจสอบตำแหน่งโทรศัพท์จากหมายเลขและสัญญาณ ซึ่งเชื่อว่าโปเต้อาจนำข้อมูลไปเชื่อมโยงและกล่าวอ้างต่อ
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้อกล่าวหาและคำให้สัมภาษณ์ของแต่ละฝ่ายยังต้องผ่านกระบวนการสอบสวนและพิสูจน์ตามกฎหมายต่อไป


