MGR Online - ดีเอสไอ เปิดปฏิบัติการ Black Research แอบอ้างเป็นอาจารย์ทำวิจัยเพศวิถี หลอกเด็กมัธยมให้ส่งภาพลามก กว่า 5,000 ไฟล์ เร่งขยายผลช่วยเหลือผู้เสียหาย
วันนี้ (15 ต.ค.) เวลา 13.30 น. อาคารกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมแถลงข่าว “DSI เปิดปฏิบัติการ Black Research“ รวบ นายบัญชา (สงวนนามสกุล) พนักงานโรงแรม แอบอ้างทำวิจัยเพศวิถี หลอกเด็กชายระดับมัธยม อายุ 15-17 ปี ส่งภาพลามก-บันทึกกิจกรรมทางเพศ เร่งขยายผลช่วยเหลือผู้เสียหาย พร้อมยึดของกลาง ไฟล์ลามกอนาจารมากกว่า 5,000 ไฟล์ ประกอบด้วย ภาพลามกเด็กกว่า 3,000 ไฟล์ และลามกผู้ใหญ่ 2,000 ไฟล์ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่บริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านเจริญนคร กรุงเทพฯ
ร.ต.อ.เขมชาติ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก มิ.ย. 68 องค์กร OUR RESCUE ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ได้ส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจสอบ หลังผู้เสียหาย 4 ราย เข้าร้องขอความช่วยเหลือว่าชายรายหนึ่งชื่อ “นายบัญชา” มีพฤติการณ์หลอกลวงนักเรียนชายระดับมัธยมศึกษาโรงเรียนชื่อดังจำนวนหลายรายให้ส่งภาพและวิดีโอลามกอนาจาร โดยอ้างว่า เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยด้านเพศวิถีและการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ ซึ่งสืบทราบว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อปี 2562 โดย นายบัญชา ได้ติดต่อผู้เสียหายที่รู้จักจากโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง และชักชวนให้ตอบแบบสอบถามออนไลน์เกี่ยวกับเพศวิถีและประสบการณ์ส่วนบุคคล โดยอ้างว่าจะนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวิจัยของมหาวิทยาลัย
ร.ต.อ.เขมชาติ เผยว่า นายบัญชา ยังได้ปลอมแปลงเอกสารของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง และสร้างบัญชีไลน์ (LINE) ปลอมโดยใช้ชื่อของอาจารย์มหาวิทยาลัย เพื่อติดต่อกับผู้เสียหาย ซึ่งอาจารย์มหาวิทยาลัยตัวตนจริงไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว จากนั้นเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้ส่งภาพและคลิปวิดีโอเปลือยของตนเอง รวมถึงบันทึกภาพขณะทำกิจกรรมทางเพศตามคำขอ หรือคำสั่งที่ได้รับผ่าน LINE นอกจากนี้ ผู้เสียหายรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ถูกนัดหมายให้ไปพบนายบัญชา ตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงที่บ้านพัก อ้างว่า เป็นขั้นตอนของการเก็บข้อมูลวิจัย และชักจูงให้มีเพศสัมพันธ์หลายครั้ง โดยกล่าวอ้างว่าเป็นกระบวนการที่อาจารย์ผู้วิจัยกำหนดไว้ และข่มขู่เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายไม่กล้าถอนตัวจากโครงการ พร้อมแสดงเอกสารที่อ้างว่าเป็นเอกสารของมหาวิทยาลัย
“กระทั่งวันที่ 14 ต.ค. 69 กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ, กองปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ร่วมกับองค์กร OUR RESCUE จับกุม นายบัญชา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง ตามหมายศาลอาญา ที่ 5933/2569 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ในคดีพิเศษที่ 18/2569 โดยจับกุมได้ที่บริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านเจริญนคร กรุงเทพฯ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนแรงจูงใจที่ส่งภาพและคลิปวิดีโอลามกเพื่อแลกเปลี่ยนกับอะไรนั้น ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นไม่มีเรื่องเงินทองมาเกี่ยวข้องหรือแลกเปลี่ยนการเข้ามหาวิทยาลัย แต่อาจเป็นความคึกคะนองตามวัย เบื้องต้นพบผู้ต้องหากระทำเพียงรายเดียวและยังไม่พบเป็นขบวนการ ส่วนสื่อลามกนำไปขายตลาดมืดนั้น อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล สำหรับผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องกับคดีพิเศษดังกล่าว คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้ประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อขอรับเงินเยียวยาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 อีกส่วนหนึ่งด้วยแล้ว
ในชั้นนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้แจ้งข้อหานายบัญชา ต้องหาว่า กระทำความผิดฐาน “ทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดและลงลายมือชื่อปลอมในเอกสารโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ปลอมเอกสารราชการ ใช้หรืออ้างเอกสารปลอมหรือเอกสารราชการปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน บันทึกและส่งต่อซึ่งภาพหรือเสียงการกระทำชำเราหรือการกระทำอนาจารที่บันทึกนั้นไว้เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใด ครอบครองและส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งศาลอาญาในวันที่ 14 ต.ค. เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวทางเจ้าหน้าที่ของ Our Rescue นำน้อง WINNER สุนัขตรวจจับอุปกรณ์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ESD K9) อายุ 4 ขวบ มาสาธิตการตรวจค้นอุปกรณอิเลคโทรนิค ที่มีการซ่อนไว้ในห้องแถลงข่าวโดนน้อง WINNER ก็สามารถตรวจหาได้ครบทั้ง 3 จุด
ทั้งนี้ ทาง Our Rescue ได้มีการสนับสนุนสุนัขตรวจจับอุปกรณ์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ESD K9) จำนวน 118 ตัวทั่วโลกแล้ว โดยร่วมกับ Jordan Detection K9 ที่เมืองอินเดียนาโพลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ESD K9 และผู้ดูแลที่ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้นมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เพื่อต่อสู้กับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก โดย ESD K9 สามารถดมกลิ่นสารเคมีเฉพาะที่พบในอุปกรณ์ เช่น มือถือ การ์ด SD และแท๊บเล็ต และช่วยค้นหาหลักฐานสำคัญที่อาจไม่เป็นที่สังเกต


