มท.4 นำทีม DOPA S.W.A.T. เปิดปฏิบัติการ “พิทักษ์กุหลาบตูม” บุกรวบ 2 ผู้ต้องหาเมียนมา ช่วยเด็กเหยื่อค้ามนุษย์ชาวเมียนมา 6 ราย หลังพบถูกบังคับเร่ขายดอกไม้ยันรุ่งสาง ขายไม่หมดถูกทำร้ายใช้ช้อนลนไฟนาบ ขยายผลพบเด็กหญิงวัย 12 ปี ถูกซื้อตัว 3 หมื่นบาท เร่งช่วยเหลือและขยายผลเอาผิดขบวนการ
วันนี้ (13 ต.ค ) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) เปิดปฏิบัติการ “พิทักษ์กุหลาบตูม” เข้าตรวจค้นบ้านพักภายในซอยรามคำแหง 122 เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร ตามหมายค้นและหมายจับของศาลอาญามีนบุรี จับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา 2 ราย ในคดีค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงาน พร้อมช่วยเหลือผู้เสียหายชาวเมียนมาได้ 6 ราย พบพฤติการณ์บังคับเด็กเร่ขายดอกไม้ถึงรุ่งสาง หากขายไม่หมดจะถูกทำร้ายร่างกาย ขณะที่ผู้เป็นแม่ถูกข่มขืนหลายครั้ง
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบาย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ และนายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง ร่วมดำเนินการ
คดีนี้เริ่มต้นจากนายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือ “เต้ อาชีวะ” แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน เข้าร้องเรียนต่อนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังหญิงชาวเมียนมาอายุ 29 ปี พร้อมลูกสาววัย 5 ขวบ หลบหนีจากขบวนการค้ามนุษย์ออกมาขอความช่วยเหลือ ก่อนประสานนายวรศิษฎ์ให้กรมการปกครองเร่งสืบสวนติดตามผู้กระทำความผิด
จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีนายหน้าจัดหาเด็กจากบริเวณชายแดนไทย–เมียนมา ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเดินทางไปรับตัวจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มายังบ้านพักในซอยรามคำแหง 122 โดยหลอกว่าจะให้ทำงานเป็นแม่บ้าน ส่งบุตรสาวเข้าเรียน และจัดทำบัตรประจำตัวคนต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อเดินทางมาถึงกลับถูกบังคับให้เร่ขายพวงมาลัย ดอกไม้ และน้ำผลไม้ บริเวณซอยนวลจันทร์และถนนข้าวสาร ตั้งแต่เวลา 17.30 น. ถึง 04.00 น. หรือจนกว่าจะขายสินค้าได้หมด
หากขายสินค้าไม่หมด ผู้เสียหายจะถูกทำร้ายร่างกาย รวมถึงใช้ช้อนลนไฟนาบตามร่างกาย อีกทั้งยังถูกยึดเอกสารประจำตัวเพื่อป้องกันการหลบหนี โดยเงินที่ได้จากการขายสินค้าทั้งหมดถูกโอนเข้าบัญชีของผู้ต้องหา ขณะเดียวกัน ผู้เป็นแม่ยังถูกข่มขืนถึง 6 ครั้ง และถูกข่มขู่ไม่ให้เปิดเผยเรื่องราวกับบุคคลอื่น ส่วนลูกสาววัย 5 ขวบ ได้เข้าเรียนเพียง 2 สัปดาห์ ก่อนจะไม่ได้ไปโรงเรียนอีก
ผลการตรวจค้นบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบผู้เสียหาย 5 ราย ประกอบด้วยเด็กหญิงอายุ 11 ปี จำนวน 2 ราย เด็กหญิงอายุ 14 ปี และ 18 ปี อย่างละ 1 ราย และเด็กชายอายุ 12 ปี อีก 1 ราย พร้อมตรวจยึดเอกสารประจำตัวของผู้เสียหาย คิวอาร์โค้ดพร้อมเพย์ที่ใช้รับเงินจากการขายดอกไม้ และยานพาหนะที่ใช้รับส่งผู้เสียหาย 5 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 4 คัน
งเจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา 2 ราย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักอีกแห่งภายในซอยรามคำแหง 120 พบเด็กหญิงชาวเมียนมาอายุ 12 ปี ซึ่งไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ โดยเจ้าของบ้านยอมรับว่าซื้อตัวเด็กจากมารดาในราคา 30,000 บาท โดยอ้างว่านำมาเลี้ยงดูและให้ช่วยทำงานบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเข้าช่วยเหลือเด็กหญิงรายดังกล่าว พร้อมเร่งสอบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
สรุปผลปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้รวม 6 ราย โดยไม่รวมหญิงชาวเมียนมาอายุ 29 ปี และบุตรสาววัย 5 ขวบ ซึ่งหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือก่อนหน้านี้ ทั้งหมดจะเข้าสู่กลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) เพื่อให้ทีมสหวิชาชีพดำเนินการคัดกรองสถานะผู้เสียหาย พร้อมดูแลฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจอย่างเร่งด่วน
กรมการปกครองจะเดินหน้าสืบสวนขยายผลถึงเครือข่ายนายหน้า ช่องทางการเดินทางเข้าประเทศ การจัดทำเอกสารราชการ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องกับการนำพาและการออกเอกสาร เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันเดินหน้าปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง


