xs
xsm
sm
md
lg

ผบช.สตม. มอบนโยบาย ปี 70 ชู 4 เสาหลัก ย้ำ “คนดีสะดวก คนร้ายผ่านยาก”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



“นพศิลป์” ผบช.สตม. มอบนโยบาย ตม. ปี 2570 ชู 4 เสาหลัก ย้ำ “คนดีสะดวก คนร้ายผ่านยาก” มุ่งสกัดภัยข้ามชาติ ทลายเครือข่ายอาชญากรรม

วันนี้ (12 ต.ค.) พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติราชการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีรอง ผบช.สตม. ผู้บังคับการ รองผู้บังคับการ ผู้กำกับการ ผู้กำกับการสถานีและหัวหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองในสังกัดเข้าร่วมประชุม ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมืองทองธานี


พล.ต.ท.นพศิลป์ กำหนดวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนองค์กรให้เป็น องค์กรบังคับใช้กฎหมายตามมาตรฐานสากล เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติและประชาชน”โดยวางแนวทางการทำงานภายใต้ 4 เสาหลัก ได้แก่ มั่นคงเชิงรุก ข้อมูลนำการปฏิบัติ ทลายเครือข่าย และบริการมาตรฐานสากล มุ่งสกัดกั้นและป้องกันภัยคุกคามข้ามชาติตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางและนักลงทุนที่เข้ามาอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นมืออาชีพ


พร้อมกำหนด 7 พันธกิจสำคัญ เพื่อยกระดับการทำงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้แก่

1. ถวายความปลอดภัยและพิทักษ์ความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์

2. ยกระดับด่านตรวจคนเข้าเมืองสู่ด่านความมั่นคงเชิงรุก พัฒนาระบบคัดกรองบุคคลก่อนเดินทางและทุกช่องทางเข้า–ออกประเทศ โดยใช้ข้อมูลข่าวกรอง เทคโนโลยีตรวจสอบอัตลักษณ์ ฐานข้อมูล และระบบประเมินความเสี่ยง เพื่อสกัดกั้นบุคคลต้องสงสัย ผู้ต้องหาตามหมายจับ และบุคคลที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงตั้งแต่ต้นทาง

3. สืบสวนเชิงรุก ทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ มุ่งปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมไซเบอร์ การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน การใช้นอมินี และการสวมสิทธิ พร้อมขยายผลไปถึงนายทุน ผู้สนับสนุน และผู้บงการ เพื่อทำลายโครงสร้างเครือข่ายอย่างเป็นระบบ

4. จัดระเบียบคนต่างด้าวและปิดช่องโหว่การกระทำผิดกฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบการเข้าเมือง การพำนัก และการทำงาน ป้องกันการหลบหนีเข้าเมือง การอยู่เกินกำหนด การใช้วีซ่าผิดวัตถุประสงค์ และการใช้เอกสารหรือช่องว่างทางกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

5. ขับเคลื่อนภารกิจด้วยข้อมูลและข่าวกรอง  พัฒนาฐานข้อมูลและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน พร้อมนำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ประเมินความเสี่ยง ตรวจหาความผิดปกติ และกำหนดเป้าหมายการปฏิบัติงานให้แม่นยำยิ่งขึ้น

6. ยกระดับการบริการสู่มาตรฐานสากลสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความมั่นคงกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง โดยยึดหลัก “คนดีสะดวก คนร้ายผ่านยาก”

7. บูรณาการการทำงานอย่างไร้รอยต่อและพัฒนาตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมืออาชีพ ยึดมั่นในหลักสุจริต โปร่งใส มีวินัย และตรวจสอบได้


พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นหน่วยงานความมั่นคงด่านหน้าที่สามารถป้องกันเหตุล่วงหน้า คัดกรองบุคคลตั้งแต่ต้นทาง ขยายผลถึงเครือข่ายอาชญากรรม และให้บริการผู้สุจริตตามมาตรฐานสากล โดยทุกภารกิจต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย มีความโปร่งใส เป็นมืออาชีพ และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ประเทศชาติและประชาชน