MGR Online-อ.เบียร์ คนตื่นธรรม เปิดวีรกรรมจิตอาสา ตระเวนหลอกโอนเงินบริจาคโรงทานน้ำท่วม ขวัญ อุษามณี, เปิ้ล นาคร, พระสิ้นคิด โดนกันหมด บุ๋ม ปนัดดา รอดตัว รวมมูลค่าเสียหายเฉียดล้าน พร้อมเผย จุดเริ่มที่ได้รู้จักกัน ยอมรับเชื่อสนิทใจ เจ็บใจใส่เสื้อคนตื่นธรรมเข้าผับ อาสาเป็นแกนนำผู้เสียหายแจ้งความ
ซ้ำเติมบนความทุกข์ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม และ ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ เข้าแจ้งความที่ สน.ร่มเกล้า เพื่อดำเนินคดีกับชายเสนอตัวเป็นจิตอาสา หลอกให้โอนเงินบริจาคโรงทาน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม นับเฉพาะ อ.เบียร์, ขวัญ อุษามณี, เปิ้ล นาคร ศิลาชัย และ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือ "พระสิ้นคิด" รวมกันโดนไป 500,000 บาท หากนับผู้บริจาคคนอื่นด้วย ขณะนี้มูลค่าความเสียหายเกือบ 1 ล้านบาทแล้ว
อ.เบียร์ เปิดเผยว่า แจ้งความคนที่หลอกเอาเงินไปทำกับข้าว ที่ตนตั้งใจบริจาคให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม แต่ทราบว่าได้เอาเงินไปทำอย่างอื่น สอบถามผู้เกี่ยวข้องปรากฏว่า เงินที่พวกตนโอนไปไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ไปทำกับข้าวเลย ทราบด้วยว่ามีการเบิกเงินซ้ำซ้อนเพื่อนำเงินไปใช้ และเห็นคลิปไปเที่ยวกลางคืน กินเหล้า อีกอย่างเขาบอกว่าทำข้าวกล่องได้วันละ 4,000 กล่อง แต่ได้จริงคิดว่าไม่เกินวันละ 500 กล่อง มีคนเอาวัตถุดิบมาลงให้ เขาเองอาจไม่ได้ซื้อเลย หรือซื้อน้อยมาก
ตนโอนเงินไปทั้งหมดเกือบ 200,000 บาท หลังทราบความจริงจึงหยุดโอนเพิ่ม มีช่วงที่ ขวัญ อุษามณี เข้ามาในเต้นท์โรงทาน เขาจึงสบโอกาสพูดคุยกับ ขวัญ อุษามณี ว่าใช้เงินในการทำโรงทานวันละ 50,000 บาท ตนทราบข่าวจึงโทรศัพท์ไปเตือน ขวัญ อุษามณี และเล่าความจริงให้ฟัง ขวัญ อุษามณี บอกว่า รับปากเขาไปแล้วจะโอนไปให้ 15,000 บาท แต่รู้ภายหลังว่าได้โอนไป 36,000 บาท คืนต่อมาปรากฏคลิปไปกินเหล้า
ที่ตนโดนหลอกอีกคือได้แอบอ้างชื่อตน ไปคุยกับประธานมูลนิธิคนหนึ่ง นำน้ำดื่มคิตตี้จากเต้นท์ที่ตนไปลง แล้วไปลงที่มูลนิธินี้จำนวนหลายร้อยแพ็ก ขอถุงยังชีพจากตนครั้งละ 500 ชุด ประมาณ 2-3 ครั้ง แล้วนำไปลงที่มูลนิธินี้ด้วย โดยแอบอ้างว่าตนสั่งให้ประธานมูลนิธิไปแจก ทราบมาว่าประธานมูลนิธิโดนคนนี้หลอกเช่นกัน แอบอ้างชื่อตน กับ เปิ้ล นาคร ว่าต้องเป็นประธานมูลนิธิคนนี้เท่านั้น ในการเอาถุงยังชีพของตน หรือของ เปิ้ล นาคร ไปแจกรวมถึงน้ำดื่มคิตตี้ด้วย
จากการพูดคุยกับ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือ "พระสิ้นคิด" เจ้าอาวาสวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ จ.อุบลราชธานี ทราบว่าโดนหลอกให้โอนเงินเกือบ 200,000 บาท จับแพะชนแกะว่า หลวงตาสินทรัพย์ เข้าใจว่าเป็นลูกศิษย์ พระอาจารย์ตะวัน แห่งสำนักสงฆ์ถ้ำแจ้ง จ.ลำปาง ขณะที่ พระอาจารย์ตะวัน เข้าใจว่าเป็นลูกศิษย์ หลวงตาสินทรัพย์ และทุกคนเข้าใจว่าเป็นลูกศิษย์ตน ต่างคนต่างเข้าใจโยงใยกันไปหมด
เขาไปอยู่ในครัวโรงทานสั่งการคนนั้นคนนี้ ตนอยากจะลงเรือไปแจกจ่ายอาหาร และสิ่งของให้ชาวบ้าน เขาจัดการหาเรือมาให้ ไปดีลทุกอย่าวแล้วมาขอค่ากับข้าว ตนรับรู้มาว่าข้าวไม่พอ คนมาขอไม่มีให้ บางคนมาขอก็บอกว่าให้ไม่ได้ เขาบอกด้วยว่าทหารมาขอข้าวกล่องมื้อละ 250 กล่อง รวม 3 มื้อ กระทะเล็กมากแต่บอกทำได้วันละ 4,000 กล่อง ในขณะที่ตนมีกระทะโต๊ะจีน 10 ใบ ทำผัดซีอิ๊วเต็มที่ได้วันละ 4,000 กล่อง เป็นเรื่องตลกมากทำให้ตนเอะใจเลยหยุดให้เงิน กว่าจะหยุดให้ไปแล้วเกือบ 2 แสนบาท
"มันรู้จักไปหมดทุกคน รู้จักอาสาคนนั้นคนนี้ และบอกเป็นหัวหน้าชุด เราจึงไว้ใจ แล้วบอกเป็นลูกศิษย์ หลวงตาสินทรัพย์ เราก็ยิ่งไว้ใจ สืบค้นจากหลายคนโดนกันหมด มันไม่ได้จากหลวงตา เลยมาเอาที่อาจารย์ ไม่ได้จากอาจารย์ ก็ไปเอาที่ ขวัญ ไม่ได้จาก ขวัญ ก็ไปเอาที่ เปิ้ล นาคร ไม่ได้ที่ เปิ้ล นาคร ก็ไปเอาที่ บุ๋ม ปนัดดา จู่ๆ เข้าไปขอเองลอยๆ บุ๋ม ปนัดดา ไม่ได้อยู่หน้าเต้นท์กับเรา เป็นเหตุให้ บุ๋ม ปนัดดา รอดตัว"
อ.เบียร์ เปิดเผยต่อว่า สาเหตุที่ได้รู้จักกับจิตอาสาคนนี้ เพราะตนไปเห็นรูป หลวงตาสินทรัพย์ เป็นครูบาอาจารย์ของตน จึงเดินเข้าไปในเต้นท์ เขามาแนะนำตัวกับตนว่าเป็นลูกศิษย์ หลวงตาสินทรัพย์ ท่านให้มาตั้งโรงทาง ตนทำกับข้าวไม่ทันเพราะคนในร่มเกล้าหิวมาก วันแรกทำไป 1,000 กล่อง เขาประสานงานพาตนไปดูเต้นท์ ตนดูเขาผัดข้าวได้วันละเท่าไหร่ เขาลิตส์รายการมาว่าอาจารย์จะร่วมด้วยมั้ย ตนโอนเงินไปให้ตามปกติ ต่อมาเห็นแม่ครูบาเอ็ม แห่งสำนักสงฆ์ถ้ำแจ้ง จ.ลำปาง คนนั้นมาคนนี้มา ทุกคนล้วนเพิ่งรู้จักกับเขาที่นี่หมดเลย แต่มีพฤติกรรมสนิทกับทุกคน
ตนให้หาเรือเขาก็หามาได้ ประสานกับมูลนิธิต่างๆ ได้ มารู้ทีหลังว่าแต่ละมูลนิธิที่หาเรือได้เพราะเอาชื่อตนไปอ้าง จึงได้รับความร่วมมือมอบข้าวไปแจกผู้ประสบภัย เขาประสานงานได้จริง ลงเรือไปกับเรา อาสาคนอื่นก็รับฟังเขาด้วย กลายเป็นว่าตนเชื่อโดยสนิทใจว่า เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาสา เป็นลูกศิษย์และทีมงานอาสาของ หลวงตาสินทรัพย์ ใช้ชีวิตอยู่กับตนตั้งแต่น้ำท่วมวันแรก ไปช่วยผู้ประสบภัยที่เคหะร่มเกล้า กับเคหะคลองจั่น ส่วนใหญ่เขาจะสแตนด์บายอยู่เคหะร่มเกล้า ใช้เทคนิคให้ตนไปเคหะคลองจั่น แล้วเขาจะดูแลอาหารที่เคหะร่มเกล้าให้
ตนโอนเงินให้ทุกวันไปทำกับข้าว ภายหลังตนเปลี่ยนจากของสดเป็นของแห้ง แล้วทำเป็นถุงยังชีพทั้งหมด ทำให้เขาไม่ได้เงินจากตน จึงใช้วิธีขอถุงยังชีพไปให้มูลนิธิแห่งหนึ่ง ตนได้พูดคุยกับประธานมูลนิธิได้รับคำตอบว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและโดนหลอกเหมือนกัน เคยฟ้องร้องกรณีทุเรียน แต่เอะใจทำไมยังให้คนนี้เข้านอกออกใน หลับนอนเป็นประจำ ให้เป็นตัวแทนในการทำงาน หรือประสานงานต่างๆ ถุงยังชีพ และน้ำดื่มไปอยู่มูลนิธินี้แน่นอน คงต้องไปสอบถามประธานมูลนิธิอีกครั้ง
บริษัทซอสปรุงรส หรือแม้แต่คนผัดข้าวโดนกันถ้วนหน้า เขาจะลิสต์รายการในกระดาษเอสี่ ระบุวัตถุดิบแต่ละอย่างกี่บาทเอาราคาตามท้องตลาด สรุปเป็นจำนวนเงินแล้วมาเบิกกับตนและ บุ๋ม ปนัดดา แต่ บุ๋ม ปนัดดา ไม่ได้ให้ไป ตนเห็นบรรยากาศในเต็นท์โรงทานน้ำท่วม ผัดกับข้าวทุกวัน ทำให้เชื่อว่าจะช่วยเหลือจริง มารู้ทีหลังว่าวัตถุดิบต่างๆ มีคนเอามาให้ และรู้ด้วยว่าตนกับ ขวัญ อุษามณี โอนเงินไปให้คนละชื่อ แต่ละคนเป็นอาสาช่วยงานในเต้นท์ ก่อนจะให้อาสาเหล่านี้โอนเงินเข้าบัญชีเขาอีกที พบว่าผ่านหลายบัญชี
อ.เบียร์ เล่าต่อว่า มีผู้หวังดีส่งข้อมูลมาเตือนให้ระวัง เพราะคนนี้เป็นมิจฉาชีพ มีคดีความ ชอบถ่ายรูปกับคนนั้นคนนี้ เอาชื่อคนนั้นคนนี้ไปแอบอ้าง เรียกว่า "มั่วบ้านงาน" เป็นสาเหตุให้ตนเริ่มเอะใจประกอบกับเรื่องข้าว 4,000 กล่อง จึงหยุดโอนเงิน ขณะนี้มีผู้เสียหายเยอะมาก โดยเฉพาะ จ.ชุมพร ได้ข่าวว่ากำลังล่าตัวเขาอยู่ และได้ข่าวว่าไปฉ้อโกงคนทั่วประเทศ ใครเป็นผู้เสียหายของคนนี้ แจ้งมาที่ทีมงานตนได้เลย จะเป็นแกนนำในการแจ้งความดำเนินคดี
จริงๆ ตนไม่อยากแจ้งความดำเนินคดีกับใครเลย แต่ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ซ้ำเติมคนที่ประสบอุทกภัย ชาวบ้านแทนที่จะได้กินข้าวในจำนวนเงินที่ตนให้ไป แต่ชาวบ้านกลับรอด้วยความหิวโหย และยังไม่หยุดพฤติกรรม ไปตระเวนขอเงินคนนั้นคนนี้ไม่หยุดหย่อน ตนจำเป็นต้องหยุดพฤติกรรมนี้ ไม่เช่นนั้นจะสร้างความเบียดเบียนเดือดร้อนกับคนอื่น โดยการเอาชื่อเราไปแอบอ้าง ถ้ารู้ตัวกรุณามอบตัวรับสารภาพจะได้ไม่เป็นเรื่องใหญ่ มิเช่นนั้นจะถูกขุดคุ้ยอีกเยอะ
ตนไม่ได้ให้โดยเสน่หา ให้เพื่อทำกับข้าวเลี้ยงคน เอาเงินตนไปทำผิดวัตถุประสงค์ ตนพูดเสมอว่าการทำงานของตนไม่มีการว่าจ้าง คือไม่จ้างใครทำข้าวกล่องเด็ดขาด เปิดเตาทำเองแล้วรับอาสาสมัคร คนในเต้นท์เป็นอาสาสมัคร ตนให้เงินเพื่อไปซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารในเต้นท์ ตัวเขาเองบอกว่าเป็นอาสาสมัครของ หลวงตาสินทรัพย์ ตามที่กล่าวอ้าง ฉะนั้นต้องเอาเงินทุกบาททุกสตางค์ไปซื้อวัตถุดิบมาทำ ไม่มีสิทธิ์หักค่าหัวคิวทุกกรณี
เจ็บใจที่สุดคือใส่เสื้อคนตื่นธรรมเข้าไปเที่ยวผับ ก่อนหน้านี้เขามาขอเสื้อตน บอกตนว่านอนที่เต้นท์ทุกวัน แต่ความเป็นจริงไปเฝ้าผู้หญิงในผับ ตอนเห็นคลิปยอมรับหัวร้อน ไม่เคยมีใครกล้าขนาดนี้ โกงบนโลโก้ตนชัดเจนเป็นเรื่องทุเรศมาก.


