xs
xsm
sm
md
lg

รวบ “นายก อบต.” เครือข่ายใหญ่โกงสอบท้องถิ่น ฟันเงินค่าหัวรวม 155 ล้าน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - ตำรวจ ปปป.ขยายผลรวบ นายก อบต.นครนายก เครือข่ายโกงสอบท้องถิ่น พบมีรายชื่อเด็กฝาก 1,738 คน รวมยอดเสียหาย 155 ล้านบาท

วันนี้ (9 ต.ค.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการ พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผบก.ปปป., พ.ต.อ.อภิชาต โพธิจันทร์ รอง ผบก.ปปป. รรท. ผกก.5 บก.ปปป. นำกำลังจับกุม นางภาณี หรือ นายกอร อายุ 63 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ จ.นครนายก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.87/2569 ลงวันที่ 7 ต.ค. 2569 ข้อหา “เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล โดยวิธีอันทุจริต หรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด” โดยจับกุมได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเดือนมกราคม 2567 นายอานนท์ ผู้เสียหายถูกขบวนการดังกล่าว ชักชวนให้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยอ้างว่า สามารถฝากบุคคลเข้ารับการบรรจุได้ผ่าน นายยศภัสห์ หรือ “เสี่ยน้อย” และเรียกรับเงินจำนวน 350,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ

ต่อมาผู้เสียหาย ได้สมัครสอบแข่งขันในตำแหน่งเจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ ปรากฏว่า สอบได้ลำดับที่ 1 และได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้เข้าปฏิบัติงานที่เทศบาลเมืองพัทลุง แต่ภายหลังถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้และพ้นจากตำแหน่ง ตามประกาศคณะกรรมการกลาง การสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2569

ภายหลังผู้เสียหายทราบว่า เงินจำนวน 350,000 บาท ที่จ่ายไปเพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการนั้น ได้ถูกรวบรวมส่งต่อให้แก่นางภาณี หรือ “นายกอร” ผู้ต้องหารายนี้ แต่ผลที่เกิดขึ้นไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย

จากนั้นพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปปป. ได้รวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายประวิทย์ หรือ “เสี่ยเฮง” ซึ่งถูกจับกุมดำเนินคดีแล้วได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการดังกล่าวว่า ตนเป็นผู้แนะนำให้นายยศภัสห์ ติดต่อหาบุคคลที่สนใจสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น และพาไปรู้จักกับกลุ่มของนายอิทธิพล หรือ “วิคเตอร์” และนายอนุรักษ์ หรือ “ต่อ” อดีตเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ซึ่งทั้ง 2 รายถูกจับกุมดำเนินคดีแล้ว

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า มีการส่งรายชื่อบุคคลที่ประสงค์จะสอบเข้ารับราชการจำนวน 1,738 รายชื่อ โดยมีการตกลงวางเงินมัดจำจำนวน 100 ล้านบาท ซึ่ง นายยศภัสห์ ได้จ่ายเงินให้แก่กลุ่มนายอิทธิพล และนายอนุรักษ์ เมื่อวันที่ 5 และ 6 ธันวาคม 2568 รวมจำนวน 20 ล้านบาท ต่อมา นายยศภัสห์ เกิดความไม่เชื่อมั่นว่าบุคคลกลุ่มดังกล่าวจะสามารถดำเนินการให้ผู้สมัครสอบได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้จริง จึงเปลี่ยนไปติดต่อและจ่ายเงินให้แก่ นางภาณี หรือนายกอร ซึ่งรู้จักกันมานานกว่า 20 ปี จำนวน 80 ล้านบาท รวมเป็นเงินตามข้อตกลงเดิมทั้งสิ้น 100 ล้านบาท

ต่อมาภายหลังประกาศผลสอบ ปรากฏว่า มีผู้สอบผ่านเพียง 108 ราย จากรายชื่อที่ส่งไปทั้งหมด 1,738 รายชื่อ นางภาณี จึงติดต่อแจ้งนายยศภัสห์ ให้หักลบเงินส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบไม่ผ่านออกจากยอดเงินดังกล่าว และนำไปดำเนินการกับการสอบแข่งขันในพื้นที่ภาคใต้แทน นายยศภัสห์ จึงรวบรวมรายชื่อ ผู้ประสงค์จะให้มีการช่วยเหลือในการสอบแข่งขันในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 602 รายชื่อ และรวบรวมเงินจากนายหน้าสายภาคใต้ส่งมอบให้ นางภาณี เพิ่มเติมอีกจำนวน 30 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 มีการประกาศผลการสอบแข่งขันรอบสุดท้าย ซึ่งประกอบด้วย ภาค ก. ภาค ข. และภาค ค. ปรากฏว่า มีผู้สอบผ่านในกลุ่มรายชื่อสายภาคใต้จำนวน 577 ราย นางภาณี จึงติดต่อขอรับเงินส่วนที่เหลือจาก นายยศภัสห์ โดยในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 มีการส่งมอบเงินเพิ่มเติมอีก 5 ครั้ง ได้แก่ 6 ล้านบาท, 4 ล้านบาท, 5 ล้านบาท, 7 ล้านบาท และ 3 ล้านบาท รวมจำนวน 25 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดเงินที่นายยศภัสห์ จ่ายให้แก่กลุ่มของ นางภาณี รวมทั้งสิ้น 155 ล้านบาท

จากพยานหลักฐานและพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปปป. จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับไว้ กระทั่งตามจับกุมได้ดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปปป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป