xs
xsm
sm
md
lg

สืบนครบาล ปลอมตัวมากับรถขยะ อาศัยน้ำลด บุกตะครุบ "บังดำ" รายใหญ่ประเวศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online-ตำรวจสืบนครบาล เปิดปฏิบัติการ "รถขยะอำพราง" เข้าเก็บกวาดขยะสังคมย่านประเวศ ช่วงน้ำลด ตรวจค้น 5 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.สมุทรปราการ จับกุม "บังดำ" พร้อมเครือข่ายอีก 5 ราย ยึดของกลาง ยาบ้า ไอซ์ ยาเค พบประวัติเคยถูกดำเนินคดี 7 ครั้ง

วันนี้ (8 ต.ค.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.นำกำลังตำรวจ ศอ.ปส.บช.น.สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.กทม.เปิดปฏิบัติการ "รถขยะอำพราง" บุกทลายเครือข่าย "บังดำ" หัวจ่ายยาเสพติดรายสำคัญย่านประเวศ เข้าตรวจค้น 5 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.สมุทรปราการ สามารถจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายได้ 6 ราย และตรวจค้นชุมชนท้ายซอยอ่อนนุชพบผู้เสพอีก 9 ราย

โดยรายสำคัญคือ จับกุมหัวหน้าเครือข่าย นายสมภพ (สงวนนามสกุล) หรือ "บังดำ" อายุ 38 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ประเวศ กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ จ.1001/2569 ลงวันที่ 2 ต.ค. 69 ได้ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งใน ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลาง ยาบ้า 1,644 เม็ด ไอซ์ 63 กรัม เคตามีน 2.5 กรัม โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง รถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 5 คัน

ข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าหรือก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันครอบครองสารที่มีผมต่อประสาท (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน" (จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลการจับกุมยาบ้าจำนวน 120,000 เม็ด ในพื้นที่ย่านประเวศ)

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า สืบเนื่องจากการสืบสวนของตำรวจ ศอ.ปส.บช.น.ที่มีการสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ กระทั่งได้พบข้อมูลในหลายคดีต่างเชื่อมโยงไปถึงบุคคลเดียวกันมีนามว่า บังดำ ทว่าตำรวจกลับไม่อาจทราบว่า เจ้าของฉายานามนี้แท้จริงคือใคร ทางการสืบสวนตำรวจพยายามยืนยันตัวบุคคล บังดำ ให้ได้ว่าเป็นใคร พบในทุกคดีที่มีการจับกุมหัวจ่ายรายสำคัญ เมื่อเจ้าหน้าที่ซักถามขยายผลถึง บังดำ เหล่าหัวจ่ายมักแสดงถึงท่าทีหวาดกลัวไม่กล้าให้การ จนทำให้การขยายผลการจับกุมมักไปได้ไม่สุด

จากการสืบสวนทราบว่า บังดำ คือ นายสมภพ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่เขตประเวศ กรุงเทพฯ ตรวจสอบแล้วพบประวัติเคยถูกดำเนินคดีอาญาไม่ต่ำกว่า 7 คดี ทั้งยาเสพติด อาวุธปืน พยายามฆ่า ร่วมกันฆ่า และข่มขืนกักขังทำร้ายนักศึกษาสาว โดยในปัจจุบันพบข้อมูลจากการขยายผลยืนยันได้ว่า บังดำ เป็นระดับหัวหน้าเครือข่ายยาเสพติด ในพื้นที่ย่านประเวศ คอยควบคุมสั่งการลูกน้องในเครือข่ายอย่างเป็นระบบ โดยมีจุดศูนย์กลางแพร่ระบาด อยู่ที่ชุมชนหลังโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในซอยอ่อนนุช หากแต่เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ ที่ตำรวจอำพรางพยายามสอดแนมอยู่ในพื้นที่แพร่ระบาด ยังไม่มีใครพบเห็น บังดำ เชื่อว่ามีการระมัดระวัง ช่ำชองในการหลบหลีกการสืบสวนเป็นอย่างดี

เนื่องจากสภาพพื้นที่แหล่งแพร่ระบาด และการค้นหาตัว บังดำ ในพื้นที่ มีความยากยิ่ง เพราะสภาพแวดล้อมเป็นชุมชนแออัด ล้วนแต่มีแต่เครือญาติ หรือคนรู้จักกันทั้งสิ้น ประกอบกับสมรภูมิที่ได้เปรียบกว่าตำรวจจะเข้าไปถึง เส้นทางคับแคบและซับซ้อน แม้ตำรวจจะอำพรางเข้าไปในพื้นที่เพื่อสืบหาข่าว ก็มีนกรู้ส่งข่าวแจ้งเตือนกันอยู่ตลอดเวลา และบางครั้งจะมีการนัดซื้อขายยาเสพติดในพื้นที่กองขยะรกร้าง ทำให้ตำรวจไม่สามารถเข้าพื้นที่สืบสวนได้เลย

จึงส่ง พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.หรือ สารวัตรแจ๊ะ ใช้กลยุทธอำพรางแฝงตัวเข้าพื้นที่เป็นประจำจนกว่าจะพบตัว บังดำ ตำรวจใช้เวลาแกะรอยวางแผนกันเป็นเวลาหลายวัน จึงเปิดปฏิบัติการ "รถขยะอำพราง" นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจสอบ 5 จุด โดยเริ่มจากการเข้าตรวจค้นภายในชุมชนย่านซอยอ่อนนุช พบผู้ติดยาเสพติด 9 ราย และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาในเครือข่ายได้ 5 ราย จากการขยายผลพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง บังดำ หากแต่เมื่อสอบถามถึง บังดำ กลับไม่มีผู้ใดทราบถึงถิ่นที่อยู่ของ บังดำ ได้แม้แต่คนเดียว

จนกระทั่งตำรวจได้พบข้อมูลเบาะแสจากสายลับ จนนำไปสู่การอำพรางเข้าไปจับกุมตัว นายสมภพ หรือ บังดำ ได้ขณะหลบหนีไปกบดาลอยู่ภายในบ้านเช่าย่าน ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ภายหลังการจับกุมตัวและขยายผล ตำรวจได้นำตัว บังดำ และผู้ต้องหาในเครือข่ายรวมทั้งสิ้น 6 ราย นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของผู้ติดยาเสพติด 9 ราย ได้นำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูต่อไป

จากการสอบสวน บังดำ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ตนเองไม่ทราบว่าตำรวจมาจับกุมด้วยเรื่องอะไร ยืนยันไม่เกี่ยวข้องใดกับยาเสพติด และขอใช้สิทธิปรึกษาทนายความ
จากการตรวจสอบประวัติ บังดำ มีประวัติเคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว 7 คดี ดังนี้

1. ปี 2550 ถูกดำเนินคดีข้อหา "ครอบครองยาบ้าเพื่อจำหน่าย' พื้นที่ สน.ประเวศ

2. ปี 51 ถูกดำเนินคดีข้อหา "พยายามฆ่าผู้อื่น' จากการใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย พื้นที่ สน.ประเวศ

3. ปี 2552 ถูกดำเนินคดีข้อหา 'ข่มขืนกระทำชำเราฯ" พื้นที่ สน.พระโขนง

4. ปี 52 ถูกดำเนินคดีข้อหา "ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นที่มิใช่ภรรยา, หน่วงเหนี่ยวกักขัง และทำร้ายร่างกาย" จากการถูกนักศึกษานักศึกษาสาวราชภัฏปี 4 เข้าแจ้งความว่าขณะยืนรอรถเมล์ บังดำ ได้ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็นแล้วอาสาขับขี่ไปส่งเรียนหนังสือ แต่พาเลี้ยวพาลากเข้าห้อง กักขัง ทำร้าย และล่วงละเมิดทางเพศ พื้นที่ สน.ประเวศ

5. ปี 55 ถูกดำเนินคดีข้อหา "มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย" พื้นที่ สน.ประเวศ

6. ปี 57 ถูกดำเนินคดีข้อหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่น" จากการใช้อาวุธปืนไล่ยิงผู้เสียหาย พื้นที่ สน.ประเวศ

7. ปี 2559 ถูกดำเนินคดีข้อหา "พ.ร.บ.การพนัน" พื้นที่ สน.ประเวศ