MGR Online - “พุทธ อภิวรรณ” เข้าพบ “ดีเอสไอ” ในฐานะพยาน ชี้แจงเคยบริจาคเงินเข้ามูลนิธิ “กัน จอมพลัง ช่วยสู้” รวม 4 แสนบาท ตรวจสอบการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือไม่
วันนี้ (7 ต.ค.) เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ อาคารซี (C) ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายข่าวและผู้ประกาศข่าว ช่อง 8 เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสืบสวน กองกิจการอำนวยความยุติธรรม เพื่อให้ข้อมูลในฐานะพยาน กรณีเคยโอนเงินบริจาคเข้ามูลนิธิ “กัน จอมพลัง ช่วยสู้” จำนวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 400,000 บาท ในช่วงปี 2568 สืบเนื่องจาก นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เข้าร้องทุกข์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อดำเนินการตรวจสอบมูลนิธิ “กัน จอมพลัง ช่วยสู้” เกี่ยวกับการใช้เงินบริจาคถูกวัตถุประสงค์หรือไม่
นายพุทธอภิวรรณ เปิดเผยก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ว่า วันนี้ตนเข้ามาให้ข้อมูลเรื่องเงินบริจาค ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นเงินบริจาคในช่วงเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา หรือในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วม และถ้าหากจำไม่ผิด ตนเองน่าจะมีการบริจาคไปทั้งสิ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกบริจาคเข้ามูลนิธิ กัน จอมพลัง ช่วยสู้ จำนวน 300,000 บาท และครั้งที่สอง จำนวน 100,000 บาท รวมเป็น 400,000 บาท และตนไม่เคยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายกัน เพราะโอนเงินเข้าบัญชีมูลนิธิโดยตรง
เมื่อถามว่า หากเงินที่ได้บริจาคไปมีการตรวจสอบของหน่วยงานแล้ว พบว่า เป็นการใช้เงินโดยไม่ถูกวัตถุประสงค์ ในฐานะผู้บริจาคเงินเข้ามูลนิธิมีความรู้สึกอย่างไรบ้างหรือไม่ โดย นายพุทธอภิวรรณ ชี้แจงว่า ตนยังไม่รู้ว่าเขานำไปใช้อะไรบ้าง ซึ่งต้องรอถามทางเจ้าหน้าที่ก่อน แต่วันนี้เป็นการที่ตนมาให้รายละเอียดปกติ โดยเฉพาะกรณีเงินบริจาคว่าเป็นการบริจาคเงินในช่วงเวลาใดบ้าง ซึ่งตนก็มีสลิปการโอนเงินอยู่แล้ว สามารถระบุได้ว่าเป็นการโอนในช่วงวันที่เวลาใด
นายพุทธอภิวรรณ แจงอีกว่า ส่วนกรณีที่ตนบริจาคเงินไปทั้งสิ้น 400,000 บาท เข้ามูลนิธิ “กัน จอมพลัง ช่วยสู้” ตนไม่เคยได้สอบถามกับเจ้าตัวโดยตรงว่านำเงินไปใช้ในกรณีใดบ้าง ก็คงเหมือนกับทุกคนที่ใครเปิดรับบริจาคเราก็บริจาคไป ซึ่งก็ยอมรับว่าเราก็รู้จักกับเขา แล้วเราก็เห็นเขาทำงาน ตอนนั้นตนก็คิดว่ามันก็เป็นประโยชน์จึงบริจาคไป แต่ก็เพิ่งมาเกิดเรื่องขึ้นในตอนนี้
ทั้งนี้ ย้ำว่า กรณีทนายตั้มได้เป็นผู้มาร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการตรวจสอบการรับบริจาคเงินและการใช้เงินของมูลนิธิ “กัน จอมพลัง ช่วยสู้” ว่า มีการเรี่ยไรรับเงินบริจาคหรือมีการใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้เลย เพราะวันนี้ตนมาตามที่ทางดีเอสไอได้เชิญมาให้ข้อมูลเท่านั้น แล้วตนก็ไม่ได้บริจาคแค่ในส่วนของคุณกันจอมพลัง ก็มีการบริจาคหลายที่แต่บังเอิญว่ามีเรื่องของคุณกันที่ต้องตรวจสอบ เราก็เลยพร้อมมาให้ข้อมูล ไม่มีปัญหาอะไรครับ
ด้าน คณะพนักงานสืบสวน กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ระบุว่า เนื่องด้วยพนักงานสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบคำร้องของนายษิทรา ตามที่ระบุไว้ อาทิ การขอให้ตรวจสอบการจดจัดตั้งมูลนิธิ การใช้จ่ายเงินภายในมูลนิธิ การจัดซื้อสิ่งของโดยใช้เงินมูลนิธิ การเปิดรับบริจาค เป็นต้น ในช่วงที่ผ่านมา พนักงานสืบสวนได้มีการส่งหนังสือประสานขอเอกสารไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องกับการจดจัดตั้งมูลนิธิ เพื่อดูประกอบคำร้องและตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนส่งหนังสือเชิญบุคคลมาสอบถามในฐานะพยาน ทั้งคนที่เคยบริจาคเงินเข้ามูลนิธิ คนที่เคยทำงานใกล้ชิดกับนายกัณฐัศว์ คนที่เคยทำงานในมูลนิธิ ทั้งนี้ พนักงานสืบสวนยังไม่ได้มีการส่งหนังสือเชิญนายกัณฐัศว์ มาสอบถามข้อมูลแต่อย่างใด เพราะต้องรวบรวมข้อมูลตามประเด็นของผู้ร้องให้เรียบร้อยก่อน
นอกจากนี้ นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือ ”หนุ่ม ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง” ซึ่งก็เป็น 1 ในรายชื่อที่ นายษิทรา หรือทนายตั้ม ได้ระบุในเอกสารคำร้องขอให้ดีเอสไอเชิญมาสอบถามข้อมูลในฐานะผู้เคยบริจาคเงินให้กับมูลนิธิ “กัน จอมพลัง ช่วยสู้” รวม 1.5 ล้านบาท ขณะนี้ยังไม่ได้ประสานการเข้าพบดีเอสไอแต่อย่างใด


