xs
xsm
sm
md
lg

พลิกห้องเรียนชายแดนใต้ พัฒนาครู 2 พันคน ดัน Active Learning–GPAS 5 Steps

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวคุณภาพชีวิต



พว.ผนึกเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เดินหน้าพัฒนาครู 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 2,000 คน นำกระบวนการ Active Learning–GPAS 5 Steps เข้าสู่ห้องเรียน เน้นเปลี่ยนเด็กจาก “ผู้รับความรู้” เป็น “ผู้สร้างความรู้” ฝึกคิดวิเคราะห์และนำไปใช้จริง ด้าน “ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์” ชี้ หากผู้บริหารเปลี่ยน Mindset และครูเปลี่ยนวิธีสอนพร้อมกัน การเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งห้องเรียน ตั้งเป้าเห็นผลด้านคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรมใน 3 ปี

การยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังถูกขยับอีกครั้ง เมื่อ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดโครงการ “พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน” โดยเริ่มต้นที่จังหวัดสตูล ก่อนเดินหน้าต่อไปยังนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา

โครงการนี้มีเป้าหมายพัฒนาครูในพื้นที่ 5 จังหวัดรวม กว่า 2,000 คน เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการอบรม แต่ลงไปถึง “วิธีคิดของครู วิธีสอน และกระบวนการเรียนรู้ของเด็กในห้องเรียน”

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ ระบุถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกการศึกษาว่า วันนี้เด็กสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้จากสมาร์ตโฟนภายในเวลาไม่กี่วินาที ดังนั้น สิ่งที่การศึกษาต้องสร้างจึงไม่ใช่เพียง “วิธีจดจำความรู้” แต่คือ “ทักษะแห่งอนาคต” ทั้งการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาซับซ้อน การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น

หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การเปลี่ยน “ห้องเรียน” จากพื้นที่ที่ครูเป็นผู้พูดอยู่ฝ่ายเดียว ไปสู่ Active Learning ที่เด็กเป็นศูนย์กลาง ได้ลงมือทำ ตั้งคำถาม ทดลอง และแก้ปัญหาด้วยตนเอง ขณะที่บทบาทครูต้องขยับจาก “ผู้สอนเนื้อหา” ไปเป็น ผู้ออกแบบการเรียนรู้และ Coach ที่ดึงศักยภาพของเด็กออกมา

“เปลี่ยน Mindset ผู้บริหาร–เปลี่ยนวิธีสอนของครู ห้องเรียนก็เปลี่ยน”

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ระบุว่า กระบวนการ Active Learning – GPAS 5 Steps ที่ พว. พัฒนาขึ้น เป็นผลจากการทำงานและวิจัยต่อเนื่องมาหลายสิบปี โดยงานวิจัยด้านกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ International Journal of Learning, Teaching and Educational Research

สิ่งสำคัญของการอบรมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการนำ “เทคนิคการสอน” ใหม่ไปให้ครู แต่เป็นการสร้างความเข้าใจถึง กระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ของมนุษย์ และทำให้ผู้บริหารกับครูมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน

ดร.ศักดิ์สิน มองว่า หากการพัฒนาลงไปถึงครูอย่างทั่วถึง ผู้บริหารเปลี่ยน Mindset และครูเปลี่ยนวิธีสอน สิ่งที่จะตามมาคือการเปลี่ยนแปลงของนักเรียนทั้งห้อง และหากขับเคลื่อนต่อเนื่อง เชื่อว่าภายใน 3 ปี คุณภาพผู้เรียนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้อาจพัฒนาไปได้ไกลกว่าที่คาดการณ์ไว้

สตูลชู Active Learning รับโจทย์ “เด็กหลุดจากระบบ”

ขณะที่ ดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล สะท้อนอีกโจทย์สำคัญว่า จังหวัดให้ความสำคัญกับปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา และกำลังพยายามนำเด็กกลุ่มนี้กลับเข้าสู่การเรียนรู้ แต่รูปแบบการศึกษาจะต้องเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่จำกัดอยู่เฉพาะในห้องเรียน และต้องเปิดโอกาสให้เด็กสามารถ เรียนควบคู่กับการทำงาน ได้

Active Learning จึงสอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน เพราะเปิดพื้นที่ให้เด็กคิด วิเคราะห์ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ขณะที่ GPAS 5 Steps ช่วยพัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบ มากกว่าการรับฟังหรืออ่านเพียงอย่างเดียว และสามารถเชื่อมโยงความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลยังมองว่า การเปิดโอกาสให้ครูในพื้นที่เข้ารับการพัฒนาพร้อมกัน มีข้อดีตรงที่ทำให้เกิดความเข้าใจและทิศทางการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน ลดความแตกต่างในการตีความและนำแนวทางไปใช้ในแต่ละโรงเรียน

“ครูคือต้นน้ำ” ถ้าจะเปลี่ยนเด็ก ต้องเริ่มจากการพัฒนาครู

ดร.อูมัร อาเก็ม นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามสตูล กล่าวว่า ครูคือ “ต้นน้ำ” ของการพัฒนาเด็ก หลังจากระบบการศึกษาใช้ Passive Learning มาระยะหนึ่ง การนำ Active Learning และ GPAS 5 Steps เข้ามาเสริม จะช่วยเปิดศักยภาพการเรียนรู้ในหลายมิติ

โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซีย ทั้งสตูล ยะลา และนราธิวาส ซึ่งยังมีความจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพผู้สอนอย่างต่อเนื่อง จึงคาดหวังให้ พว. เป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาทั้งครูและนักเรียนในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป

ด้าน ดร.อับดุลฮาปิซ หิเล ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า การอบรมครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนรุ่นแรก ครอบคลุมครู กว่า 2,000 คนใน 5 จังหวัด โดยเริ่มที่สตูล ซึ่งมีครูเข้าร่วมกว่า 300 คน ก่อนเดินหน้าสู่นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา

หนึ่งในโจทย์สำคัญที่พบคือ ทักษะการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เป็นโจทย์ของการศึกษาไทยในภาพรวม ขณะที่ครูจำนวนหนึ่งยังขาดโอกาสและเวทีในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง การเปิดพื้นที่อบรมครั้งนี้จึงได้รับความสนใจจากครูในพื้นที่จนมีผู้เข้าร่วมเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้

จาก “ครูคือต้นน้ำ” ถึง “เด็กต้องเป็นผู้สร้างความรู้” การขยับครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการอบรมครูหนึ่งโครงการ แต่เป็นความพยายามสร้างทิศทางร่วมของห้องเรียนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้-เมื่อผู้บริหาร ครู และเครือข่ายการศึกษาเดินไปในทิศทางเดียวกัน เป้าหมายต่อจากนี้คือทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงกับเด็กในทุกห้องเรียน.