ไซเบอร์บุกคอนโด ดอนเมือง รวบหนุ่มวัย 30 ลอบซื้อขายปืนผ่านเฟซบุ๊ก ยึดปืน 4 กระบอก พร้อมกระสุนจำนวนมาก เจ้าตัวรับซื้อไว้เตรียมขายต่อ ตำรวจเร่งขยายผลหาแหล่งที่มา เครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง
ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ที่สั่งการให้ตำรวจในสังกัดเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามการซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ก่อเหตุอาชญากรรมรุนแรงในสังคม พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.5 และ พ.ต.อ.ณัฐพงศ์ ตรงเที่ยง ผกก.4 บก.สอท.5 จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและสืบสวนการกระทำผิดบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
ต่อมา ชุด Cyber Guard กก.4 บก.สอท.5 ตรวจพบกลุ่มเฟซบุ๊กส่วนตัวที่เปิดให้สมาชิกโพสต์ซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย จึงแฝงตัวเข้าไปตรวจสอบพฤติกรรม กระทั่งพบผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ประกาศขาย อาวุธปืนยาวลูกกรดไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก ราคา 4,000 บาท
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า บัญชีดังกล่าวเคยโพสต์หาซื้อและขายอาวุธปืนผิดกฎหมายหลายครั้ง จึงสืบสวนจนทราบตัวผู้ใช้บัญชีและสถานที่ต้องสงสัยว่าใช้เก็บซุกซ่อนอาวุธปืน ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายค้น
กระทั่ง วันนี้ (4 ต.ค.) พ.ต.ท.คมสัน สมอ่อน สว.กก.4 บก.สอท.5 นำกำลังตำรวจพร้อมหมายค้นศาลอาญาที่ ค.558/2569 ลงวันที่ 3 ต.ค. 2569 เข้าตรวจค้นห้องพักภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านถนนช่างอากาศอุทิศ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ พบ นายวีระศักดิ์ อายุ 30 ปี อยู่ภายในห้อง
จากการตรวจค้นพบของกลาง 7 รายการ ประกอบด้วย อาวุธปืนปากกา 2 ลำกล้อง ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนยาวลูกกรดขนาด .22 จำนวน 2 กระบอก, ปืนยาวอัดลมสำหรับยิงกระสุนตะกั่วหัวร่ม 1 กระบอก, กระสุนขนาด .22 WMR (แม็กนัม) 20 นัด, กระสุนขนาด .22 LR 50 นัด และกระสุนตะกั่วหัวร่ม 50 นัด
จากการสอบถาม นายวีระศักดิ์รับว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนทั้งหมดเป็นของตนเอง โดยอ้างว่า ปืนปากกา ซื้อมาจากผู้ขายที่รู้จักผ่านเฟซบุ๊กเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน ในราคา 3,000 บาท ส่วนปืนยาวลูกกรดขนาด .22 จำนวน 2 กระบอก และปืนยาวอัดลม ซื้อจากผู้ขายที่รู้จักผ่านเฟซบุ๊กเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน ในราคากระบอกละ 4,000 บาท โดยมีเจตนาเตรียมนำไปขายต่อเพื่อหวังกำไร
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะเดียวกันตำรวจอยู่ระหว่าง สืบสวนขยายผลหาแหล่งที่มาของอาวุธปืนและเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงต้นตอ ตามนโยบายของ ผบช.สอท. ต่อไป


