สืบ สตม. รวบ “มาดามจาง” ผู้ต้องหาตามหมายจับจีน คดีกรรโชกทรัพย์กว่า 350 ล้าน หลังหนีกบดานอพาร์ตเมนท์ย่านมหาชัย เตรียมผลักดันกลับดำเนินคดี
วันนี้ ( 3 ต.ค.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ในฐานะผู้อำนวยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ศปชก.สตม.) และ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม. กรรมการและเลขานุการ ศปชก.สตม. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. เร่งติดตามและควบคุมตัว MRS. ZHANG (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ เขตจงซาน นครต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ลงวันที่ 17 กันยายน 2569 ในความผิดฐาน กรรโชกทรัพย์ ตามคำร้องขอของรัฐบาลจีน
จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางและที่พักอาศัยในประเทศไทย พบว่า MRS. ZHANG เดินทางเข้าประเทศไทยโดยได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และพักอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในพื้นที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบจนพบตัว ก่อนดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามอำนาจหน้าที่ และนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจาก สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มีหนังสือร้องขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ติดตามและผลักดันส่งกลับ MRS. ZHANG ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีน เพื่อกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากข้อมูลการสืบสวนของทางการจีน ระบุว่า ตั้งแต่ประมาณเดือนเมษายน 2565 จนถึงปัจจุบัน MR. WANG (นามสมมุติ) ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านสินค้าปลอม ได้ร่วมกับ MRS. ZHANG และพวก ก่อเหตุอ้างว่าสินค้าของบริษัท Dyesoo จำกัด และบริษัทอื่น ๆ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเติมยาผิดกฎหมาย
จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์ข่มขู่ผู้เสียหายว่าจะเผยแพร่ข้อมูลหรือข่าวสารที่สร้างความเสียหายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศ อาทิ Douyin และ Weibo รวมถึงช่องทางอื่น ๆ ก่อนเรียกร้องเงินจากผู้เสียหายเป็นจำนวนกว่า 70 ล้านหยวน หรือประมาณ 350 ล้านบาท
เบื้องต้น พล.ต.ต.สราวุธได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของ MRS. ZHANG ก่อนนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า ได้ยกระดับมาตรการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ โดยบูรณาการข้อมูลบุคคลต่างด้าว ตรวจสอบสถานะหมายจับระหว่างประเทศ ติดตามบุคคลที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับคดีอาญาในต่างประเทศ รวมถึงประสานความร่วมมือกับสถานทูต หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นพื้นที่หลบซ่อนหรือฐานในการก่ออาชญากรรม


