สืบครบาล-สืบ 8 ลุยค้นโกดังบุหรี่ไฟฟ้า ย่านฝั่งธนฯ 2 จุด ยึดของกลาง 3 แสนชิ้น มูลค่า 100 ล้านบาท ขายผ่านออนไลน์ รวบผู้ต้องหา 7 คน
วันนี้ (2 ต.ค.) พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผบก.น.8 พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8 นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผอ.สำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม กรมสรรพาสามิต ตำรวจ กก.4 บก.สส.บช.น. สน.บุคคโล และ สน.สำเหร่ ร่วมกันแถลงข่าวทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้า 2 จุด ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี จับกุมผู้ต้องหา 7 ราย ของกลางกว่า 3 แสนชิ้น มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท
จุดที่ 1 บ้านเลขที่ 168 ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 28 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ลักษณะเป็นตึกแถวสูง 3 ชั้น ใช้เป็นโกดังในการเก็บบุหรี่ไฟฟ้า พบผู้ต้องหา 7 ราย กำลังแพ็กบุหรี่ไฟฟ้าใส่ในลังจำนวนมาก ก่อนขยายผลไปตรวจค้นจุดที่ 2 บ้านเลขที่ 250/94 แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ลักษณะเป็นตึกแถว 3 ชั้น ตรวจสอบไม่พบมีใครอยู่ภายในบ้าน พบเพียงของกลางบุหรี่ไฟฟ้าอีกจำนวนหนึ่ง
พล.ต.ต.โชติวัฒน์ กล่าวว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร.ได้สั่งการ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมชุดสืบสวนทำการล่อซื้อ ก่อนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการใช้โกดังแห่งนี้ เป็นแหล่งกระจายสินค้า หลังจากสั่งบุหรี่ไฟฟ้ามาแล้วจะนำมาพักไว้ที่นี่ และกระจายส่งขายทางออนไลน์ โดยเข้าจับกุม 2 จุด จุดซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน มีการเก็บบุหรี่ไฟฟ้าไว้ทั้ง 3 ชั้น ชั้นที่ 1 พบบุหรี่ไฟฟ้า 17,500 กล่อง ตกกล่องละ 10 ชิ้น รวม 1.7 แสนชิ้น ชั้นที่ 2 อีก 15,000 กล่อง และชั้นที่ 3 อีก 5,000 กล่อง รวมกว่า 3 แสนชิ้น หากคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คน เป็นลูกจ้าง ขณะเข้าตรวจค้นทั้ง 7 คน กำลังแพ็กออเดอร์ตามคำสั่งนายจ้าง อยู่ระหว่างขยายผลติดตามตัวนายจ้างคนดังกล่าว
พล.ต.ต.พัลลภ กล่าวว่า ตำรวจนครบาลจับกุมสินค้าผิดกฎหมายประเภทบุหรี่ไฟฟ้า มีทั้งแบบใช้แล้วทิ้ง น้ำยา ลูกอม ใส่บุหรี่ เป็นการสืบสวนและยังมีการจับกุมในจุดอื่นๆ ด้วย ด้าน นายสุเมธ กล่าวว่า แยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไปผิดตามข้อหา กรมศุลกากร และส่วนบุหรี่ประเภทไอคอสเทียร่า ต้องเสียสรรพสามิต 62 บาท 50 สตางค์ ตก 1 คัตตอล ราคา 620.50 สตางค์ ส่วนใหญ่ลักลอบนำเข้ามาทางขนส่ง
เบื้องต้นแจ้งข้อหาตามมาตรา 203 และ มาตรา 204 ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ปี 2560 มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้ามิได้เสียภาษี และมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้ามิได้เสียภาษี นำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล เพื่อดำเนินคดี ส่วนของกลางได้ประสานกรมสรรพสามิต ตรวจยึดเพื่อทำลายต่อไป.


