"เมธา มาสขาว" ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ เชื่อปมกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารการบินไทยตกค้าง รวม 52 เที่ยวบิน อาจมีใครวางยา ข่วงเลือกผู้บริหาร"บินไทย"คนใหม่?
วันนี้ 29 ก.ย.2569 นายเมธา มาสขาว รองประธาน ครป.และ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ กล่าวถึงประเด็นกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารการบินไทยตกค้าง ที่สนามบินรวม 52 เที่ยวบิน ช่วงวันที่ 26-27 ก.ย.2569 ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับการบินไทย ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติและเคยมีชื่อเสียงติดอันดับโลกในฐานะสายการบินมืออาชีพ แต่ปัญหาที่ผ่านมาล้วนเกิดจากการทุจริตคอร์รัปชั่นเชิงระบบ ตั้งแต่เคยเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐ แต่ปัจจุบันกลายกระทรวงการคลังลดสัดส่วนการถือหุ้นลงต่ำกว่าร้อยละ 51 จึงกลายเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์
ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เพราะเหตุใดการบินไทยเกิดการตกค้างของกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารจำนวนมาก ขณะที่สายการบินอื่นไม่เจอปัญหานี้ ทราบมาว่าเพราะการบินไทยขาดแคลนแรงงานเนื่องจากสาธารณภัยน้ำท่วม แต่เนื่องจากการบินไทยเป็นผู้รับจ้างงาน Handling ของสายการบินอื่นด้วย เพราะฉะนั้นพอคนของตนเองขาด ทรัพยากรที่เหลืออยู่ต้องเอาไปให้สายการบินอื่นก่อนเพราะมีค่าปรับที่สูงมาก ดังนั้น การบินไทยก็ไม่มีคนมาขนกระเป๋าจึงเกิดปัญหาดังกล่าว
เรื่องนี้ไม่น่าเกิดขึ้นกับการบินไทย แต่ปัญหาน่าจะเกิดจากการวางยากันในการบินไทยเอง เพราะกำลังจะเลือก CEO คนใหม่ ดูเหมือนการบินไทยไม่ตั้งใจแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง เพราะมันเป็นเรื่องเล็กน้อยมากแค่คนขนกระเป๋า และที่ตลกมากคือการบินไทยมีหน่วยงานสอน Crisis Management สอนชาวบ้าน สอนสายการบินอื่นๆ ซึ่งผู้บริหารต้องเรียนและวางระบบ แต่ถึงเวลากลับแก้ไขอะไรไม่เป็นเลย
ขณะที่บริษัท Ground Handling ในสนามบินสุวรรณภูมิ อาทิ Bangkok Flight Services (BFS) ของบางกอกแอร์ และสายการบินอื่นๆ เช่น Vietjet ไม่มีปัญหาการขนกระเป๋า การเดินทางไม่เป็นปัญหาตามที่อ้างเหตุผลน้ำท่วมไม่มีพนักงาน เพราะพนักงานส่วนใหญ่พักแถวๆ สนามบินซึ่งยังเดินทางได้ ส่วนการบินไทยใช้ outsource ของกลุ่มผู้บริหารตัวเอง คือ Pan-X และ PanThai ซึ่งน่าจะมีปัญหาการวางยาภายในการบินไทยเอง เพราะผลประโยชน์มหาศาล
นอกจากนี้ บริษัทส่วนใหญ่ก็จ้าง outsource ด้วย กินส่วนต่างค่าจ้างต่างๆ ปัญหาแรงงาน outsource คือไม่มีสวัสดิการ ค่าจ้างรายวัน รายได้น้อย แต่ถ้าเพิ่มเงินจ่ายโอทีก็ไม่ใช่ปัญหา น่าจะมีความขัดแย้งภายในเกิดขึ้น เนื่องจากอาณาจักการบินไทยและการท่าอากาศยานมีผลประโยชน์มหาศาลทุกตารางนิ้ว แม้กระทั้งแรงงาน outsource ร้านค้า ค่าหลุมจอดและจิปาถะ มีส่วนต่างหมด ทำให้การบินไทยตกต่ำ
เมื่อ 6 ปีก่อนมีการทุจริตคอร์รัปชั่นจนการบินไทยเกือบล้มละลายแล้วเข้าสู่แผนฟื้นฟู ผมเคยเสนอให้ยึดคืนการบินไทยเป็นของรัฐ ปรับลดพนักงาน โละบอร์ดบริหารทั้งหมด แล้วจ้างนักบริหารมืออาชีพ เพราะการบินไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตได้จากอัตราผลประกอบการเฉลี่ย 2 แสนล้านบาทต่อเนื่องหลายปี ไม่ใช่ปล่อยให้นักการเมืองและทหารไปยึดหาผลประโยชน์
เหตุใดจะทำให้มีกำไร 5-10% ไม่ได้ ที่ผ่านมาเคยมีกำไรส่งรายได้เข้ารัฐปีหนึ่งเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่การเอื้อประโยชน์เอกชนโดยนักธุรกิจที่มีการเมืองหนุนหลังทำให้การบินไทยขาดทุนเรื่อยมา ทำให้การบริหารงานขาดประสิทธิภาพ นักการเมืองเข้าไปกอบโกยโกงกินกันและสิทธิประโยชน์มากเกินไปที่ไม่มีใครไปแตะต้อง
ดังนั้น ต้องล้างไพ่การบริหารและระบบการจ้างงานใหม่ทั้งหมด สามารถทำในรูปแบบสิงคโปร์และจีนได้ คือเป็นของรัฐ 100% ประชาชนเป็นเจ้าของ แต่บริหารให้ทันสมัยแบบเอกชน มีความรับผิดชอบและลดสิทธิประโยชน์ต่างๆ ลง
เลิกจ้างพนักงานระดับสูงที่ซ้ำซ้อน แม้ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 15,000-17,000 คนภายหลังแผนฟื้นฟูแล้ว แต่พนักงานระดับกลางถึงผู้บริหารระดับสูงมีจำนวนมากเกินความจำเป็นและทำงานไม่มีประสิทธิภาพ บางตำแหน่งงานซ้ำซ้อนกัน ตำแหน่งงานที่สูงกว่าบางหน่วยอาจจะทำงานเท่ากับหรือน้อยกว่าตำแหน่งที่ต่ำกว่า มีภารกิจของงานไม่สอดคล้องและ Job description ไม่ชัดเจน หน่วยงาน HR ทำงานล้มเหลวและกลไกตรวจสอบขาดประสิทธิผล มีกลไกวัฒนธรรมอุปถัมภ์และอำนาจนิยม มีการจ่ายเงินค่าจ้างและสวัสดิการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานมากมาย
สายการบิน ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ (United Airlines) สายการบินชั้นนำของประเทศสหรัฐอเมริกา เคยเข้าสู่ภาวะล้มละลายถึงสองครั้ง แต่กลับฟื้นคืนชีพมาแข็งแกร่งได้อีก โดยลดประโยชน์อดีตพนักงานทั้งเงินบำนาญจำนวนมหาศาล ทั้งสิทธิบินฟรี และอภิสิทธิ์พิเศษไม่ต่างจากลูกท่านหลานเธอในการบินไทย
เมื่อ 6 ปีก่อน แผนการลอยแพและปล่อยให้การบินไทยเจ๊งเพื่อจะให้เอกชนเข้าไปยึดครอง รวมถึงใช้เงินรัฐซื้อเครื่องบินไว้รอ เป็นแผนการแปรรูปรอบใหม่ที่มีการวางแผนไว้นานแล้ว และประสบความสำเร็จเมื่อหลุดพ้นจากสถานะการเป็นรัฐวิสาหกิจตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 กลายเป็นบริษัทมหาชนในปัจจุบัน


