xs
xsm
sm
md
lg

“สส.สมชาติ” พรรคประชาชน ย่องพบ ดีเอสไอ แจงปม “นอมินี” ถือหุ้นบริษัทต่างชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - “สส.สมชาติ พรรคประชาชน” เข้าชี้แจง ดีเอสไอ กรณีถือครองอสังหาฯ ทรัพย์สินแทนคนต่างชาติ จ.ภูเก็ต หลังเลื่อนหมายเรียกพยานมาแล้ว 3 ครั้ง

จากกรณี คณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ซึ่งปรากฏพยานหลักฐานในชั้นการสืบสวนพบว่าได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นกรรมการถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดใน จ.ภูเก็ต ร่วมกับชาวต่างชาติ โดยอยู่ระหว่างสืบสวนเรื่องดังกล่าว ว่ามีกลุ่มบุคคลใดกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเฉพาะกรณีการเป็นนอมินีหรือไม่ จึงได้มีการออกหมายเรียกแก่นายสมชาติ ให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในฐานะพยานกับคณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง แต่ สส.สมชาติ ขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน มาแล้ว 3 ครั้ง ให้เหตุผลว่าติดภารกิจลงพื้นที่ต่างจังหวัดและประชุมสภาฯ

ล่าสุด วันนี้ (28 ก.ย.) เวลา 13.00 น. ณ ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ หรือ สส.สมชาติ จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน ได้เดินทางมาติดต่อเข้าพบคณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยนำแฟ้มเอกสารติดตัวมาด้วย คาดว่าเป็นเอกสารสำหรับการเตรียมมาชี้แจงข้อมูลกรณีปรากฏชื่อเป็นกรรมการในบริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดใน จ.ภูเก็ต ร่วมกับชาวต่างชาติ

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการเดินทางเข้าพบพนักงานสืบสวนดีเอสไอในวันนี้ ปรากฏว่า สส.สมชาติ ได้ขออนุญาตไม่ตอบคำถามเพราะยังไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูล แต่ขอเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อน จากนั้นจึงได้ทำการแลกบัตรกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก่อนที่พนักงานสืบสวนจะลงมารับตัวเพื่อขึ้นไปสอบถามข้อมูลยังห้องกองคดีความมั่นคง ชั้น 9 ต่อไป


ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า กรณีที่ดีเอสไอ โดยกองคดีความมั่นคง ออกหมายเรียกนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน มาสอบสวนปากคำในฐานะพยาน เนื่องจากพบความเกี่ยวข้องเส้นทางการเงินในบริษัทนิติบุคคล ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นนอมินีเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสำนักงานกฎหมาย โดยระบุถึงพฤติการณ์ของนายสมชาติ ว่ามีลักษณะเข้าไปถือหุ้นและเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท ซึ่งยังพบอีกว่าได้มีการไปจดทะเบียนมากกว่า 30 บริษัท อีกทั้ง 30 บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ประกอบธุรกิจจริง แต่ทำหน้าที่เพียงถือครองที่ดิน หรืออาคารชุดร่วมกับชาวต่างชาติ

อย่างไรก็ดี รายงานข้อมูล ยังระบุด้วยว่า สส.สมชาติ มีการถือหุ้น 99.99% ในบริษัทที่ไม่มีการประกอบธุรกิจจริง แต่กลับมีลักษณะมุ่งเน้นการถือครองอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยเป็นการถือครองที่ดินและอาคารชุดร่วมกับชาวต่างชาติ จึงกลายเป็นข้อสงสัยถึงแหล่งที่มาของเงินทุนเกี่ยวโยงกับนิติบุคคลไทยรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหรืออาคารชุด และมีการไปทำสัญญาเช่าที่ผิดปกติ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าว แม้ยังไม่เข้าข่ายมีองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แต่อาจเข้าข่ายมีองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเฉพาะกรณีการเป็นนอมินี เพราะกฎหมายที่ดินไม่ได้ดูที่การประกอบธุรกิจ แต่มุ่งดูที่เจตนาการถือครองที่ดิน