xs
xsm
sm
md
lg

"เมธา มาสขาว"รอง ประธาน ครป.เปิดเผย คำสั่งศาลปกครองชัดเจน สนง.กสทช.จัดประชุมให้ นพ.สรณ ไม่ได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



 "เมธา มาสขาว"รอง ประธาน ครป.เปิดเผย คำสั่งศาลปกครองชัดเจน สนง.กสทช.จัดประชุมให้ นพ.สรณ ไม่ได้


วันนี้ 28 ก.ย.2569 นายเมธา มาสขาว รองประธาน ครป. และผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ กล่าวว่า จากคำสั่งของศาลปกครองสรุปชัดแล้วว่าคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีอำนาจ จึงส่งผลให้ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ขาดคุณสมบัติ

ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่กรรมการและประธานกสทช อยู่ได้ เพราะคำสั่งทางปกครองดังกล่าว ใช้อำนาจของ พ.ร.บ คลื่นความถี่ฯ และศาลก็ชี้ถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างชัดเจนว่ามีเจตนารมณ์เพื่อป้องกัน การขัดกันแห่งผลประโยชน์และรักษาความเป็นอิสระและความเป็นกลางของกรรมการ กสทช. ฉะนั้นการฝืนมาปฏิบัติหน้าที่อยู่หลังจากมีคำสั่งศาลวินิจฉัยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 25 กันยายน 2569 นั้น ไม่มีคำสั่งทางปกครองคุ้มครองการกระทำในการลงนามหรือการมีมติต่างๆ ที่ผ่านมา เพื่อให้มาปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะจะเป็นการขัดพ.ร.บ.คลื่นความถี่ฯ มาตรา 15 วรรค 7 ตามที่ศาลได้ระบุไว้

มาตรา 15 วรรค 7 ระบุว่า ในกรณีที่มีการฟ้องคดีเกี่ยวกับการสรรหากรรมการต่อศาลปกครอง การฟ้องคดีดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้ระงับหรือชะลอการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการสรรหาที่ได้ดำเนินการไปแล้ว เว้นแต่ศาลปกครองจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีนี้ หากศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใดๆ อันเป็นผลให้บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกขาดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามหรือได้รับการคัดเลือกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีเช่นว่านั้น ไม่มีผลกระทบต่อการที่บุคคลนั้นได้กระทำไว้แล้วก่อนมีคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าว คำสั่งทางปกครองดังกล่าวจึงส่งผลทันทีให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้

หาก นพ.สรณ จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่กรรมการ กสทช. ต่อได้นั้น ต่อเมื่อศาลปกครองสูงสุดรับอุทธรณ์และสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ชั่วคราว หากยังไม่มีคำสั่งดังกล่าวต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ. คลื่นความถี่ฯ และคำสั่งศาลปกครองกลาง

ส่วนนพ.สรณ อ้างว่ารอมีพระบรมราชโองการลงมาถึงจะยอมออกเพราะไม่ยอมรับคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหา แต่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ก็เมื่อมีพระบรมราชโองการที่เป็นคุณลงมาเท่านั้น ซึ่งก็คือการพระราชทานอภัยโทษและโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่ กรรมการ กสทช. ต่อไปได้ หากมิได้มีพระบรมราชโองการดังกล่าว ตามมาตรา 20 เพื่อให้พ้นจากตำแหน่ง ฉะนั้นในปัจจุบัน นพ.สรณ ก็มิสามารถกล่าวอ้างพระบรมราชโองการเพื่อฝืนมาปฏิบัติหน้าที่ได้

นายเมธา รองประธาน ครป.ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า สถานะที่ชอบธรรมที่สุดคือสำนักงาน กสทช. และกรรมการที่เหลืออีก 6 ท่าน ต้องดำเนินการตาม มาตรา 20 พ.ร.บ.คลื่นความถี่ เพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนต่อไปได้ ซึ่งระบุว่า ให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ถือว่า กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ แต่ทั้งนี้จะต้องมีจำนวนกรรมการไม่น้อยกว่าสี่คน

การให้ถือว่า กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ ไม่ได้หมายรวมถึง นพ.สรณ จึงไม่ทราบว่าใช้อำนาจใดในการจัดการประชุมร่วมกับสำนักงาน กสทช. หากมีกรรมการบางคน รวมไปถึงสำนักงาน กสทช. มิยอมดำเนินการตาม พ.ร.บ. คลื่นความถี่ฯ นอกจากเป็นการกระทำการขัดกฎมายแล้ว ยังเป็นการขัดคำสั่งศาลปกครองอย่างชัดเจนอีกด้วย การจัดประชุมของสำนักงาน กสทช. กับ นพ.สรณ หลังจากคำวินิจฉัยนี้ นอกจากไม่มีอำนาจทางปกครองรองรับแล้วยังเป็นการประชุมมิชอบด้วย กฎหมายด้วย ซึ่ง สำนักงาน กสทช.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ