รพ.ตำรวจ ยกระดับศักยภาพทางการแพทย์ เปิดอาคารวิทยาลัยพยาบาลฯ หลังปรับปรุงใหม่ พร้อมเปิดศูนย์สุขภาพจิต รองรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
วันนี้ (24 ก.ย.) เวลา 13.05 น. ที่อาคารวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานเปิดอาคารวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ ซึ่งได้รับการซ่อมแซมและปรับปรุงใหม่ พร้อมเปิดศูนย์สุขภาพจิต โรงพยาบาลตำรวจ โดยมี พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ รรท.ผบช.รร.นรต. และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลตำรวจให้การต้อนรับ
การเปิดอาคารและศูนย์บริการดังกล่าว ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการยกระดับระบบบริการทางการแพทย์ให้มีความทันสมัยและครบวงจร เพื่อรองรับปัญหาและความท้าทายด้านสุขภาพในอนาคต
สำหรับอาคารวิทยาลัยพยาบาลตำรวจที่ได้รับการปรับปรุงครั้งนี้ มีความสำคัญต่อการจัดการศึกษาและการปฏิบัติงานของวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ โดยมุ่งจัดสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เอื้อต่อการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะทางวิชาชีพ รวมถึงการปฏิบัติงานของคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและเตรียมความพร้อมรองรับภารกิจด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและระบบบริการทางการแพทย์
จากนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เดินทางไปเป็นประธานเปิดศูนย์สุขภาพจิต โรงพยาบาลตำรวจ บริเวณชั้น 2 อาคารข้าราชการตำรวจ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มช่องทางให้ข้าราชการตำรวจ ครอบครัว บุคลากร และประชาชน เข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตได้อย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และมีมาตรฐาน
ศูนย์สุขภาพจิตให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพจิต การป้องกัน การคัดกรองและประเมินภาวะทางจิต การให้คำปรึกษา การบำบัดรักษา ตลอดจนการฟื้นฟูและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการเข้าถึงบริการที่สะดวก เป็นส่วนตัว และมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถดูแลปัญหาสุขภาพจิตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และนำไปสู่การรักษาที่เหมาะสม
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ขอขอบคุณโรงพยาบาลตำรวจที่ให้ความสำคัญกับปัญหาด้านสุขภาพ และร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจเพื่อประโยชน์สูงสุดของข้าราชการตำรวจ ครอบครัว ประชาชน และผู้มาใช้บริการ พร้อมหวังว่าอาคารวิทยาลัยพยาบาลตำรวจและศูนย์สุขภาพจิตจะเป็นประโยชน์ต่อผู้รับบริการทุกคน
“ขอเป็นกำลังใจให้ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ ยึดมั่นในการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้มารับบริการเป็นสำคัญ”


