xs
xsm
sm
md
lg

ศุลกากร เปิดภารกิจปล่อยแถว “พิทักษ์ชายแดน” ปิดช่องลักลอบหนีภาษี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวภูมิภาค



ผู้ว่าฯ ประจวบฯ จับมือ ศุลกากร เปิดภารกิจปล่อยแถว “พิทักษ์ชายแดน” สนธิกำลัง 58 นาย พร้อม K9 ปิดช่องทางธรรมชาติลักลอบหนีภาษี จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร


เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2569 ที่บริเวณหน้าอาคาร CIQ จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีนโยบายขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีคำสั่งแต่งตั้ง "ชุดปฏิบัติการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายชายแดนไทย–เมียนมา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์"

ซึ่งถือเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของภาคส่วนความมั่นคงในพื้นที่ และได้แต่งตั้ง นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ประสานพลังร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายอย่างรอบด้าน

ประกอบด้วย ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ป้องกันจังหวัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.14) และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองและอำเภอบางสะพาน ตลอดจนชุดปฏิบัติการประจำตำบลในพื้นที่จุดยุทธศาสตร์

ล่าสุดวันนี้ ชุดปฏิบัติการฯ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดพิธีปล่อยแถวและบูรณาการกำลังออกลาดตระเวน บริเวณหน้าอาคาร CIQ จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญตามคำสั่งฯ

การปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการสนธิกำลังร่วมกันของ 7 หน่วยงานความมั่นคง รวมกำลังพลทั้งสิ้น 58 นาย พร้อมสุนัขตรวจค้นยาเสพติด K9 จำนวน 1 ตัว ในการลงพื้นที่ ได้มีการกระจายกำลังแบบบูรณาการออกเป็น 3 ชุดปฏิบัติการ เข้าตรวจตราและเฝ้าระวังพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด ได้แก่
1. ชุดปฏิบัติการที่ 1 ลาดตระเวนเฝ้าระวังบริเวณช่องสปริงเวย์ เพื่อปิดกั้นช่องทางธรรมชาติ
2. ชุดปฏิบัติการที่ 2 ตรวจตราความเรียบร้อยและสุ่มตรวจยานพาหนะ-สินค้า บริเวณย่านร้านค้าด่านสิงขร
3. ชุดปฏิบัติการที่ 3 ลาดตระเวนเส้นทางสุ่มเสี่ยงบริเวณช่องทางด้านหลังอาคารที่พัก

นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการได้ให้ข้อมูลว่า ในการขับเคลื่อนการทำงานได้มีการกำหนดกรอบทิศทางและบทบาทหน้าที่ไว้อย่างเข้มข้น มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการสืบสวนหาข่าวและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการข่าวร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อตัดวงจรขบวนการลักลอบหนีภาษีและสิ่งผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และการจัดชุดเคลื่อนที่เร็วออกลาดตระเวนเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยพุ่งเป้าไปที่จุดผ่านแดนสำคัญ อาทิ จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์, ช่องทางชี และช่องทางคลองลอย อำเภอบางสะพาน รวมถึงช่องทางธรรมชาติต่าง ๆ ตลอดแนวชายแดนที่มีความสุ่มเสี่ยง

การเริ่มต้นเดินหน้าของชุดปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมายตามระเบียบแบบแผน หากแต่เป็นก้าวย่างสำคัญของการบูรณาการพลังระหว่างหน่วยงานรัฐ เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันชายแดนให้มั่นคง ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และคืนความสงบสุขปลอดภัยให้แก่สังคมและประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของภาคตะวันตก ด้วยแนวพรมแดนธรรมชาติทางทิศตะวันตกที่ทอดยาวติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมากว่า 212 กิโลเมตร ภูมิประเทศที่ประกอบด้วยช่องทางตามแนวชายแดนมากถึง 47 ช่องทาง ไม่เพียงเปิดโอกาสในการสัญจรและการค้าขาย แต่ในทางกลับกัน สภาพพื้นที่อันกว้างขวางและทุรกันดารยังกลายเป็นจุดเปราะบางที่เอื้อต่อการกระทำผิดกฎหมายข้ามแดน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ขบวนการค้ามนุษย์ ยาเสพติด อาวุธปืนและวัตถุระเบิด ตลอดจนการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีและการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน