หลังเกิดเหตุการณ์ใช้อาวุธปืน จนนำมาสู่ความสูญเสียหลายชีวิต นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย สั่งคุมเข้มเรื่องปืนทันที ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกฎหมายอาวุธปืน โดยยกเลิกใบ ป.4 ตลอดชีพ และปรับให้ใบอนุญาตมีระยะเวลา ส่งผลกระทบหลายภาคส่วน ทั้งกลุ่มประชาชนผู้ครอบครองอาวุธปืนถูกกฎหมาย นักกีฬายิงปืน สมาคมปืนต่างๆ ได้ร่วมกันลงชื่อคัดค้าน เนื่องจากมองว่าเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ประชาชนที่ทำตามกฎหมายอยู่แล้ว
ปืนที่ซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีใบ ป.4 ถือเป็นทรัพย์สินส่วนตัวมีคุณค่าทางจิตใจ และยังมองว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะรัฐบาลควรเอาเวลาไปเร่งปราบปราบ "ปืนเถื่อน" หรืออาวุธที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง สำหรับใบ ป.4 สิทธิที่ได้รับ อนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนเพื่อปกป้องตัวเอง หรือทรัพย์สิน ภายในเคหสถาน หรือภูมิลำเนาของตัวเอาเท่านั้น นอกจากกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการร้านเพชรและร้านทองด้วย
การยกเลิกใบ ป.4 ตลอดชีวิต มาเป็นต่อทุก 3 ปี แน่นอนจะต้องมีคนที่ต่ออายุไม่ผ่าน เท่ากับถูกลิดรอนสิทธิทั้งที่เป็นปืนของตัวเอง จึงเกิดคำถามว่าแล้วจะเอาปืนไปไว้ไหน? น่าคิดว่าทรัพย์สินที่เราซื้อมาเอง อยู่ๆ วันใดวันหนึ่งไม่ใช่ของเราแล้ว ไม่ยุติธรรมสำหรับผู้ครอบครองปืน หากมองเรื่องความปลอดภัย โจรเข้าบ้านกว่าตำรวจจะมาทรัพย์สินถูกกวาดไปหมด สิ่งเดียวที่ทำได้คือ "ทำใจ" ต่อให้ตำรวจจับโจรได้ ไม่การันตีว่าทรัพย์สินจะได้คืนครบหรือไม่
อีกคนที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งคือ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีต ผบช.ปส.ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืน บอกว่า หากกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ต้องต่อใบอนุญาตทุก 3 ปี เป็นเรื่องที่สามารถกำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ได้ แต่ประเด็นที่ฝ่ายกฎหมายของ กระทรวงมหาดไทย ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ คือจะนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปใช้กับประชาชน ที่ได้รับสิทธิตามกฎหมายเดิมอยู่แล้วอย่างไร
อาวุธปืนที่อยู่ในความครอบครองของประชาชนตามกฎหมายเดิมมีจำนวนมาก หากกฎหมายใหม่ออกมาแล้วไปกระทบสิทธิของผู้ถือใบอนุญาตเดิม จนอาจมีประชาชนยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และหากท้ายที่สุดศาลมีคำวินิจฉัยออกมาในอีกทางหนึ่ง ก็อาจสร้างปัญหาให้กับหน่วยงานที่ออกมาตรการ พล.ต.ท.เรวัช เตือนว่า "ถ้าศาลปกครองตัดสินมาเป็นอีกแบบหนึ่งนี่เสียหมาเลย"
ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการนำหลักเกณฑ์ใหม่ ไปบังคับใช้ย้อนหลังกับผู้ถือใบอนุญาตเดิม และฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาประเด็นทางกฎหมายอย่างรอบด้าน ก่อนเดินหน้าแก้ไขกฎหมายอาวุธปืน เพื่อไม่ให้มาตรการที่ต้องการเพิ่มความเข้มงวด กลายเป็นข้อพิพาทเรื่องสิทธิของประชาชนตามมาในภายหลัง
ด้าน นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง เคยโพสต์ตั้งคำถาม "ปลดปืนของประชาชน เพื่อปกป้องชีวิตของตนเอง!! มันทำเพื่ออะไร ใครรู้ช่วยตอบที??" สะท้อนข้อกังขาถึงผลกระทบที่อาจเกิดกับประชาชน ซึ่งครอบครองอาวุธปืนโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน
หรือแม้แต่ใบ ป.3 เอง นายสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ หรือทนายสงกาญ์ ทนายความ และนักกฎหมายชื่อดัง เคยยื่นตรวจสอบกรณี นายกรัฐมนตรี ระงับการออกใบ ป.3 อนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน และกระสุน โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวละเมิดต่อกฎหมาย หลักกฎหมายมหาชนตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ กำหนดให้รัฐไม่อาจออกกฎหมายข้อบังคับ ที่เป็นการละเมิดสิทธิของพลเมือง โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
กรมการปกครอง ชี้แจงว่า ครม.ได้มีมติมอบหมายให้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง รับเอาหลักการของร่างกฎหมายดังกล่าว พร้อมทั้งความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระทรวงมหาดไทย มาจัดทำร่างกฎหมายอีกครั้ง โดยปรับปรุงแก้ไขหลักการและสาระสำคัญในประเด็นต่างๆ ให้มีความเหมาะสม เพื่อนำไปรับฟังความคิดเห็นในระบบกลางทางกฎหมาย ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง
ปัจจุบัน กรมการปกครอง อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว และจะได้นำข้อคิดเห็นต่างๆ โดยเฉพาะข้อห่วงใยของสื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับอายุใบอนุญาตดังกล่าวที่กำหนดไว้นั้น กรมการปกครอง จะได้รับเอาข้อห่วงใยดังกล่าวมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข โดยอาจกำหนดอายุใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) เป็นตลอดอายุของผู้รับใบอนุญาตดังเดิม หรือ 3-4 ปี หรือระยะเวลาอื่นๆ ที่มีความเหมาะสม
และอาจกำหนดอายุใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (แบบ ป.3) เป็น 60 วัน หรือ 90 วัน หรือ 6 เดือน ดังเดิม หรือระยะเวลาอื่นๆ ที่มีความเหมาะสม และจะนำเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อไป ทั้งนี้ เมื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) เมื่อใด กรมการปกครอง จะเร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันแสดงความคิดเห็นโดยทั่วกัน
ย้อนกลับไป นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้สั่งห้ามประชาชนทั่วไปพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐพกได้เฉพาะระหว่างปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น กลับสร้างความยากลำบากให้ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ กรณีตำรวจไม่ได้อยู่ในเวลาราชการ แล้วเกิดเหตุคนร้ายใช้ปืนปล้นร้านเพชร ร้านทอง ธนาคาร หรือร้านสะดวกซื้อ ในขณะที่ตำรวจไม่มีปืน หากไม่เข้าระงับเหตุจะมีความผิด "ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ"
ทั้งนี้ นายกฯ ได้มีมาตรการขั้นเด็ดขาดในการควบคุมอาวุธปืน โดยระบุว่า รัฐบาลเตรียมเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับใหม่ พร้อมสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระงับการต่อใบอนุญาตอาวุธปืนทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ป.3, ป.4 และ ป.12 รวมถึงระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ จนกว่าจะมีมติ ครม.เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ห้ามยิงโจรในบ้านด้วยเพราะจะมีความผิด
มาตรการควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาล คำถามสำคัญคือ จะลดอาชญากรรมจากอาวุธปืนในประเทศอย่างไร ไม่ให้กระทบสิทธิของประชาชน ที่ครอบครองปืนโดยถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน หากกฎหมายใหม่บังคับใช้เมื่อไร ที่ชัดเจนคือจะเกิดช่องโหว่ให้อาชญากร ก่ออาชญากรรมได้ง่าย เป็นโจทก์ของรัฐบาลในการรับมือและแก้ไข ในสิ่งที่ตามมาอีกหลายกรณี
หรือนี้อาจทำให้ปืนถูกกฎหมายลดลง และทำให้ปืนเถื่อนเยอะขึ้น...


