MGR Online - ตำรวจทางหลวงทลายขบวนการขนสแกมเมอร์จีน-ไต้หวัน ย้ายฐานจากกัมพูชาผ่านไทยไปมาเลเซีย รวบ 26 ผู้ต้องหา ยึดมือถือกว่า 150 เครื่อง
วันนี้ ( 16 ก.ย.) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. พ.ต.อ.แมน แม่นแย้ม รอง ผบก.ทล. พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. และ พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.แถลงผลปฏิบัติการลักลอบขนชาวจีน-ไต้หวัน เปิดเส้นทาง กัมพูชา–ไทย–มาเลเซีย พบคนไทยรับจ้างลำเลียง เชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
พ.ต.ท.กล้า กล่าวว่า ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจทางหลวงเฝ้าระวัง ตั้งด่านสกัดจับขบวนการลำเลียงสแกมเมอร์ข้ามชาติย้ายฐานปฏิบัติการจากกัมพูชาไปประเทศมาเลเซียโดยใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่าน โดยในห้วง เดือน ก.พ.-ก.ย.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้จับกุม ผู้ต้องหาทั้งหมด 26 ราย แยกเป็นสัญชาติไทย จำนวน 6 ราย, สัญชาติจีน จำนวน 19 ราย และ ไต้หวัน 1 ราย พร้อมของกลางเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 6 คัน และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการฉ้อโกงออนไลน์กว่า 150 เครื่อง ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดพบรูปแบบการเดินทางที่มีลักษณะสอดคล้องกัน คือ การลำเลียงบุคคลต่างด้าวจากพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย ก่อนใช้เส้นทางสายหลักลงสู่ภาคใต้และมีเป้าหมายเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย
พ.ต.ท.กล้า กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบการแบ่งกลุ่มบุคคลขึ้นรถหลายคัน การว่าจ้างคนไทยขับรถเป็นช่วง ๆ และการใช้ช่องทางออนไลน์ในการประสานงาน สะท้อนลักษณะการลำเลียงที่มีการจัดเตรียมและแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยพฤติการณ์ที่พบ อาจสะท้อนการปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือพื้นที่ปฏิบัติการของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ จากฐานในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังพื้นที่ปลายทางแห่งใหม่คือประเทศมาเลเซีย ซึ่งการย้ายถิ่นฐานนี้ถือเป็นกลยุทธ์ของธุรกิจอาชญากรรมในการ "รีเซ็ตพยานหลักฐาน" เพื่อหลบเลี่ยงการสืบสวนจับกุมของเจ้าหน้าที่ และเตรียมหาพื้นที่ใหม่ในการก่อเหตุฉ้อโกง
"ขอเตือนกลุ่มคนไทยที่รับจ้างขนส่งว่า อย่าคิดเป็นเพียงแค่การรับจ้างขับรถทั่วไป เพราะเมื่อนำพฤติการณ์มารวมกันจะเห็นได้ชัดว่าเป็นองค์กรอาชญากรรม และผู้รับจ้างอาจถูกดำเนินคดีในฐานะมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติด้วย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งเครือข่ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป" พ.ต.ท.กล้า กล่าว


