xs
xsm
sm
md
lg

ทนายอนันต์ชัย ยัน “พระมหาธีรนาถ” บริสุทธิ์ จ่อดำเนินคดีสื่อ-เจ้าหน้าที่รัฐ นำเสนอข้อมูลเท็จ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - มูลนิธิทนายกองทัพธรรม แถลงยันพระมหาธีรนาถ” บริสุทธิ์ จ่อดำเนินคดีสื่อ-เจ้าหน้าที่รัฐ หลังนำเสนอข้อมูลเท็จ ในประเด็นเรื่องการมีภรรยาและบุตร การถูกจับสึกจากวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม การบุกรุกพื้นที่ป่า และการบริหารจัดการเงินวัด

วันนี้ (15 ก.ย.) ที่ทำการมูลนิธิทนายกองทัพธรรม นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมด้วย นายประยุทธ ประเทศเสนา หรือ “มหาหมี” รองประธานมูลนิธิ ร่วมแถลงข่าวชี้แจงกรณีมีสื่อมวลชน และรายการข่าวช่องดัง นำเสนอข้อมูลกล่าวหา พระมหาธีรนาถ อคฺคธีโร ประธานที่พักสงฆ์ภูกระแต (ภูผาสูง) จ.นครราชสีมา ในประเด็นเรื่องการมีภรรยาและบุตร การถูกจับสึกจากวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม การบุกรุกพื้นที่ป่า และการบริหารจัดการเงินวัด

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า การร้องเรียนลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ มาแล้วถึง 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2550, 2556, 2559 และล่าสุดปี 2569 ทุกครั้งผ่านการตรวจสอบอธิกรโดยคณะสงฆ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องรวม 9 หน่วยงาน โดยผลการสอบสวนสรุปตรงกันว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่มีมูลความจริง พระมหาธีรนาถเป็นผู้บริสุทธิ์ตามพระธรรมวินัย

สำหรับประเด็นหญิงที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นภรรยาและดูแลเงิน 45 ล้านบาทนั้น แท้จริงคือ คุณศรีประภา คล่องคำนวณการ บุตรสาวของแม่บุญธรรมพระมหาธีรนาถ ตระกูลนี้เป็นคหบดีที่มีจิตศรัทธานำเงินส่วนตัวนับพันล้านบาทมาสร้างวัด และเสนาสนะถวายพระพุทธศาสนา ไม่ใช่เรื่องพุทธพาณิชย์แต่อย่างใด ขณะเดียวกันวัดราชบพิตรฯ ได้ทำหนังสือยืนยันแล้วว่า ไม่เคยมีประวัติจับสึกพระมหาธีรนาถตามที่ถูกกล่าวอ้าง

ทั้งนี้ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เบื้องหลังเรื่องนี้ เกิดจากกลุ่มพระสงฆ์ระดับสูงแถวฝั่งธนบุรี และวังน้ำเขียวเกิดความอิจฉาริษยาจึงส่งบัตรสนเท่ห์กลั่นแกล้ง

ด้าน นายประยุทธ กล่าวว่า พระมหาธีรนาถบวชเรียนตั้งแต่เป็นสามเณรสายกรรมฐาน ติดสอยห้อยตามครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ เช่น หลวงปู่มหาบัว ญาณสัมปันโน และหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ ซึ่งในระหว่างนั้นโยมแม่ของคุณศรีประภาได้รับสามเณรธีรนาถเป็นลูกบุญธรรม และฝากฝังให้คุณศรีประภาช่วยดูแลในฐานะน้องชาย

ต่อมาเมื่อปี 2537 สามเณรธีรนาถได้ลาสิกขา (บวชครั้งแรก) โดยชอบด้วยพระธรรมวินัย ณ วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี กับ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท มีหลักฐานหนังสือสุทธิและการบันทึกพ้นสังกัดวัดราชบพิตรฯ ลงนามโดยอดีตเจ้าอาวาสยืนยันชัดเจน ไม่เคยถูกจับสึกแต่อย่างใด จากนั้นเมื่อท่านกลับมาอุปสมบทใหม่เป็นครั้งที่ 2 หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ได้สั่งการให้ท่านขึ้นไปดูแลรักษาผืนป่าภูกระแตเนื้อที่กว่า 2,800 ไร่ ต่อมากรมป่าไม้ได้เข้ามาจัดสรรพื้นที่ร่วมกับชาวบ้าน แยกออกเป็น “ที่พักสงฆ์ภูผาสูง” บนภูเขา มีพระมหาธีรนาถเป็นประธานที่พักสงฆ์ดูแลป่า และ “วัดป่าภูผาสูง” ที่อยู่ด้านล่าง ห่างกัน 120 กิโลเมตรหากใช้รถยนต์ โดยมีเจ้าอาวาสปกครองแยกกันชัดเจน

สำหรับประเด็นการเปิดบัญชีธนาคารนั้น เนื่องจากที่พักสงฆ์บนเขายังไม่ได้ยกฐานะเป็นวัดหรือนิติบุคคล การเปิดบัญชีเพื่อรับปัจจัยมาจัดสร้างเสนาสนะจึงต้องใช้ชื่อบุคคลตามกรอบปฏิบัติ และเงินทั้งหมดถูกนำไปใช้สร้างศาสนวัตถุเพื่อประโยชน์ของพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม นายอนันต์ชัย ได้กลับมาสรุปข้อกฎหมายและท่าทีของมูลนิธิฯ โดยตั้งคำถามไปถึง ผบก.ปปป.ว่า เอกสารทางราชการหลุดไปอยู่ในมือของสื่อมวลชนได้อย่างไร พร้อมประกาศจะดำเนินคดีเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 157 นอกจากนี้ ยังยื่นคำขาดให้เวลา 7 วัน สำหรับสื่อมวลชนและทีมงานรายการดังกล่าว ในการทำหนังสือขอขมาต่อพระมหาธีรนาถ หากพ้นกำหนดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด